กำแพงภาษา

posted on 11 Mar 2012 13:49 by thaiain in Journal directory Lifestyle, Diary
โดยส่วนตัว ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรเท่าไรนักในการสื่อสารกับบรรดาออสซี่ กีวี่ ไอริช อเมริกัน ที่ทำงานด้วยกันที่สถานที่พักคนชรา แต่ก็ต้องยอมรับว่า บางครั้งผมก็ไม่ได้เข้าใจ "Slang" ไปทั้งหมด และบางครั้งผมก็ไม่ได้ทัน "มุข" ของคุณเหล่านั้นเลย รวมทั้ง "สำเนียง" ที่เล่นเอาผมแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ไม่ได้มีปัญหาเท่าไรนัก ยกเว้นถ้าพวกเขาพูดเร็วเกินไป หรือพูดในเรื่องที่ผมไม่รู้มาก่อน เช่นคำย่อที่รู้เฉพาะในหมู่พยาบาล คำผวนคำแสลงที่รู้เฉพาะในกลุ่ม
 
ต้องบอกตามตรงว่า ภาษาพูดของผมดีขึ้นมากจากการมาทำงานที่นี่ เพราะอะไร? ก็เพราะผมต้องพูด ต้องฟังเรื่องเดิม รูปประโยคเดิมเป๊ะ ๆ วันละหลายรอบ จากคุณตาคุณยายที่หลงลืม มีอาการเริ่มต้นหรือระยะกลาง ๆ ของ Dementia ตอนเข้าท่านยังจำเราได้ พอตอนบ่ายก็ลืมเราแล้ว หรือบางทีต่อให้แนะนำตัวแค่ไหน ห้านาทีต่อมา ท่านก็ไม่เหลือความทรงจำเกี่ยวกับตัวผมแล้ว ซึ่งผมกลับคิดว่าเป็นข้อดีนะ เพราะผมได้พูดประโยคเดิม หรือได้ฟังรูปประโยคที่ผมไม่เก็ทในครั้งแรกที่ได้ยิน ด้วยสำเนียงไม่คุ้นหู หรือด้วยความโง่ภาษาของผมเอง แต่พอได้ยินซ้ำไปซ้ำมา มันก็เข้าใจเองไม่ยากในเวลาต่อมา
 
และเนื่องด้วยเพื่่อนร่วมงานของผม มีออสซี่นับคนได้เลย เพราะส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมโลกที่มาจากอังกฤษ ไอร์แลนด์ อเมริกา นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ผมเป็นคนไทยตัวดำคนเดียวในที่ทำงาน เด่นเป็นสง่ามาก เพราะงั้นไม่ว่าผมจะทำอะไร หรือพูดอะไร มักจะเป็นที่จับตามอง ยิ่งเจอสำเนียงแข็งเป็นกระดานของผมด้วย โหยคุณเอ๊ย โดยแซว โดนอำตลอด เพราะผมชอบพูดสับคำเสมอ และเป็นคำที่ออกเสียงแทบจะเหมือนกัน แต่ให้ความหมายคนละโยชน์ ผมขำไม่ออกอ่ะ มันอายที่พูดผิด ๆ แต่เป็นเรื่องโปกฮาของคุณเจ๊ทั้งหลายอย่างมากมาย
 
ในการทำงานกับคุณตาคุณยาย โดยเฉพาะรายที่อารมณ์แปรปรวน และไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก คุณเอ๋ยเข้าใจยากมาก และยิ่งเราอธิบายเท่าไร ก็ยิ่งไม่เข้าใจ แกก็ยิ่งโกรธ ยิ่งมาคุมากขึ้น บางทีเราอธิบายซะเมื่อยมือ ก็บอกว่าไม่เข้าใจอ่ะ เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น และในบางราย คุณยายที่มีปัญหาเรื่องอัลไซเมอร์ ร่วมด้วยอาการหลงลืม และประสาทหลอน เวลาคุณยายคุย แม้จะพูดด้วยภาษาอังกฤษที่ถูกต้องเป๊ะ แต่ผมแทบไม่เข้าใจเนื้อหาสาระสำคัญของสิ่งที่คุณยายพูดกับผมเลย เพราะคุณยายจะพูดโยงเรื่องนั้นเรื่องนี้และหลายเรื่องในอดีตเข้าด้วยกัน กระโดดไปกระโดดมา ผมเคยนั่งฟังคุณยายบ่นสิบห้านาที ผมจับประเด็นไม่ได้เลย ตอนแรก เข้าใจว่า ภาษาผมแย่ลง แต่ผมลองไปปรึกษาพยาบาลคนอื่น ก็พบว่า ทุกคนประสบปัญหาเหมือนกันคือ ต่อให้ตั้งใจฟังแค่ไหน ก็ไม่มีทางเข้าใจสิ่งที่คุณยายพูด บางครั้งคุณยายแยกไม่ออกระหว่างเหตุการณ์จริงกับความฝัน เอามายำรวมกันซะจนคนฟังอยากจะบ้า แต่ด้วยความที่เราฝึกมาดี การจัดการและดูแลผู้ป่วยด้วยอาการหลงลืมแบบนี้ ทำอะไรไมได้ครับ นอกจาก "ตามน้ำ" และอือออไปไม่ให้คุณยายแกเหวี่ยงน่ะครับ
 
คุณตาคุณยายส่วนใหญ่ที่มีอาการหลงลืม บางคนสูญเสียความสามารถในทางภาษา อาจจะเป็นการตอบสนองในการสนทนาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด พูดเป็นประโยคยาว ๆ ไม่ได้ หรือพูดคำหนึ่งแต่สื่อถึงความหมายอีกคำหนึ่ง ยกตัวอย่างคุณยายที่เป็นมะเร็งในสมอง ที่ปัจจุบันท่านลาลับจากพวกเราไปแล้ว ถ้าท่านบอกว่า ต้องการน้ำยาล้างจาน นั่นหมายถึงท่านต้องการยาแก้ปวด แต่ถ้าท่านพูดถึง "อยากคุยกับต้นไม้" นั่นหมายถึงคุณยายอยากพบคุณพยาบาลประจำกะ หรือถ้ามีการพูดถึงรองเท้าส้นสูงร้อน ๆ นั่นหมายถึง คุณยายกำลังอยากดื่มชาร้อน ครั้งแรกก็เล่นเอากะเหรี่ยงตัวดำอย่างผมมึนไปพักใหญ่ แต่พอฟังหลายรอบ และถามถึงรายละเอียดของสิ่งที่คุณยายกำลังสื่อ ก็พอจะเข้าใจ โดยเดาเอาจากบริบทและคำถามที่เรายิงถามเพิ่ม ลองดูจากบทสนทนาอันนี้ดูนะครับ ผมแปลมาจากภาษาอังกฤษ จะได้เข้าใจกันง่าย ๆ
 
"คุณพยาบาล ถ้าไม่เป็นการรบกวน ช่วยตามหา "ต้นไม้" ให้ที บอก "ต้นไม้" ว่า ยายปวดหัวมาก อยากได้ "น้ำยาล้างจาน" สักสองเม็ด แล้วจะดีไม่น้อยถ้าช่วยชง "รองเท้าส้นสูง" มาสักถ้วย ก็จะเป็นการดี"
 
ถ้าเราไม่เคยฟังมาก่อน รับรองครับไมเกรนถามหาแน่ เพราะการสับคำที่มีความหมายไม่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่ต้องการสื่อ เป็นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังประจำ ชินแล้ว ตอนนี้ผมจะพยายามตะล่อมถามและไม่พยายามทำให้คุณตาคุณยายรู้สึกว่าเป็นตัวตลก เพราะท่านจะสูญเสียความมั่นใจและไม่ยอมพูดอะไรกับเราอีกเลย ถ้าเราไปแสดงท่าทางขำ หรือไม่พอใจ ต้องอดทนครับ เป็นผู้ช่วยพยาบาลต้องอดทนสถานเดียว
 
ที่สำคัญ ต่อให้คุณยายหลงลืมแค่ไหน? แต่ท่านสัมผัสได้ถึงตัวตน การเข้าหาของผู้ช่วยพยาบาลแต่ละคน ถ้าเราปฏิบัติกับท่านแบบแข็งกร้าว พูดจากระโชกโฮกฮาก ทำเหมือนท่านไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ท่านจะก้าวร้าวตอบโต้โดยอัตโนมัติ และจะเป็นการยากที่จะดูแลคุณตาคุณยายที่มองเราในแง่ลบ แม้ว่าเราจะทำแบบนั้นเพียงครั้งเดียว เพราะดันเป็นวันรอบเดือนมาไม่ปกติก็ตาม สำหรับตัวผม มีคติประจำใจว่า ต่อให้โดนด่าไอ้โง่ หรือโดนเหยียดหยามจากคุณตาคุณยายในครั้งแรก ผมจะไม่แสดงออกว่า ผมโกรธหรือกำลังไม่พอใจ แต่ผมจะอธิบายให้ท่านฟังว่า ผมกับเพื่อนทำงานเพื่อดูแลคุณตาคุณยาย และยินดีที่จะช่วยเหลือทุกอย่าง แต่ถ้าไม่พร้อมที่จะให้พวกผมช่วย ผมก็จะออกไปก่อน ใจร่มเมื่อไร ก็จะกลับมาอีกที โดยไม่มีการเหวี่ยงจัดเต็มแต่อย่างใด เอาน้ำเย็นเข้าลูบเสมอ
 
 
ผมไม่เคยมีปัญหากับคุณตาคุณยายที่อยู่ในแบล็คลิสท์ของเพื่อนพยายมด้วยกัน ยกเว้นบางคนที่ไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้ เพราะสีผิวครับ คุณยายท่านหนึ่ง ค่อนข้างดูถูกคนเอเชีย และไม่ยอมให้ใครที่ไม่ใช่ฝรั่งเข้าใกล้หรือช่วยเหลือเลย สมมติว่า ถ้าผมยกกาแฟไปให้ คุณยายจะไม่ยอมแตะ และจะโวยวายประหนึ่งผมเข้าไปทำร้าย อันนี้เกินความสามารถผมครับ ก็ต้องบอกให้คนที่ดูเหมือนฝรั่งหน่อยไปช่วยแทน แต่ถ้าเป็นกรณีคุณยายจอมเหวี่ยง คุณตาจอมบงการ หรือคุณปู่ท่ามาก ผมจัดการได้หมดครับ อาจจะด้วยความที่โดยส่วนตัว ผมไม่ได้เป็นคนแข็งกร้าว แล้วก็ออกแนวตลกโปกฮา ไม่ค่อยมีใครปฏิเสธผมครับ มีน้อยมากที่ผมจะเหวี่ยง กับเพื่อนร่วมงานด้วยกัน เท่าที่ผ่านมา ผมมักจะโดนจัดเต็มมากกว่า บางคนไม่ชอบผม เพราะผมเป็นเอเชียนครับ เขามักจะพูดเสมอในวงสนทนาว่า คนอย่างพวกผมเข้ามาแย่งงานคนท้องถิ่น ผมก็ได้แต่รับฟัง และก็ต้องปล่อยวางครับ ถ้าผมไปโกรธขึ้ง รังแต่ทำให้เรื่องมันเลวร้ายลง ว่าไหมครับ???

Comment

Comment:

Tweet

คุณเก่งมาก ที่ทำใจได้ เพราะเข้าใจเลยค่ะ ที่โดนเรื่องการดูถูกเรื่องเชี้อชาติ เพราะเคยโดนบ่อยในเมืองที่อยู่
ชอบเรื่องที่คุณเขียนแบ่งปัน. ตอนนี้ยังทำอยู่ไหมค่ะ
เพราะกำลังจะไปฝึกงานในเดือนนี้ 
 Nina

#7 By Nina Earley (121.222.220.173|121.222.220.173) on 2014-07-07 10:38

อ่านแล้วสนุก น่ารัก และคุณเป็นคนที่จิตใจดี มีความอดทนสูง ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

#6 By Dao (103.7.57.18|122.148.235.35) on 2012-12-01 16:06

big smile big smile Hot! Hot!

#5 By MonAme :D on 2012-03-24 16:39

เราอยู่ต่างประเทศเหมือนกัน
เรื่องภาษาเราเข้าใจเลยนะ มาแรกๆก้อดำน้ำลึกเลย

เราว่า ถ้าเราพยายามสื่อสารแล้ว ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
มีท่าทางเป็นมิตร ผู้ฟังไม่ว่าจะชาติใดภาษาใดก้อย่อมเข้าใจเจตนา
เพราะเรื่อง ความรู้สึก นั้นเป็นสิ่งสากล ใครๆก็รับรู้ได้ สู้ๆนะคะ *-*

#4 By Pangji (88.2.229.103) on 2012-03-21 11:37

ที่นั่นเขาเหยียดสีผิวกันขนาดนี้เลยหรือ ขนาดเราเป็นแค่คนเอเชีย ไม่ใช่คนผิวดำสักหน่อย แค่ผิวเข้มกว่าเขานิดเดียวเท่านั้นเอง ถ้าคนดำนี่ไม่ยิ่งโดนเหยียดกันหนักหรือนะ

#3 By φυβλας on 2012-03-11 22:03

เอเชียนก็คนเหมือนกันนะครับ ไม่รู้ว่าจะเหยียดเราทำไม เหมือนๆกับพวกเหยียดสีผิวแหละ เลวร้ายพอกันHot!

#2 By แกะไร้กีบ on 2012-03-11 20:57

โดนคนแก่ด่าว่า เนี่ย ให้ทำเฉยๆใช่มั๊ย
เรื่องภาษา ฟังบ่อยๆมันก็ชินไปเอง
ส่วนความจำเสื่อมเนี่ย แย่ห์เลย
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-03-11 16:57