ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณแทบตักคุณผู้อ่านที่ติดตามบล๊อกของผมมากมายมหาศาล  สิริรวม ๕ คนถ้วน ขอบพระคุณอีกครั้ง ยังไงทั้งห้าคนที่ว่าก็ติดตามกันต่อไปนะขอรับ รับรองไม่เลิกเขียน เพราะอยากจะเล่าเรื่องที่ตัวเองทำอยู่ทุกวันใจจะขาด หาใครเป็นเหยื่อรับฟังยากเหลือเกิน จะเล่าเป็นภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ หรือแอบไปทำมึนโพสลงเฟซบุ๊กก็ไม่ได้ ก็เขียนมันแบบภาษาไทยนี่แหล่ะครับ ถนัดดี แถมไม่ต้องเอาตัวเองเสี่ยงคุก เสี่ยงตะราง ฐานเอาเรื่องของชาวบ้าน (และตัวเอง) มาแฉ กันไว้หนึ่งเปลาะ....ยังไม่อยากติดคุกครับ มีอะไรที่อยากทำอีกตั้งมากมายในชีวิต
 
เมื่อคืนผมอยู่กะดึกตามปกติ แต่ต่างไปจากปกติตรงที่ เพื่อนคู่หูที่ทำงานร่วมกันตลอด ชื่อคิมเบอรี่ เรียกสั้นเอาแบบกันเองว่า "คิม" คุณตาของคิมเสียเมื่อต้นสัปดาห์ และยังอยู่ในภาวะทำใจไม่ได้ แถมไม่ได้หลับ ไม่ได้นอนติดต่อกันหลายวันหลายคืน ผมก็เลยปล่อยให้เธอแอบนอนในเวลางาน ๒ ชั่วโมง ส่วนผมก็วิ่งวุ่นทำงานเอง จนกว่าเพื่อนจะมีแรงลุกขึ้นมาช่วยผมยามรุ่งสาง เธอก็สดชื่นขึ้นมานิดหน่อย ผมเองปลอบคนไม่เก่ง ทำได้แค่นี้ล่ะครับ ไม่รู้ว่าช่วยได้แค่ไหน ถือว่าเป็นการปลอบใจละกัน ปล่อยให้เธอหลับซะหายอยากเลย ผมเองก็ไม่ได้พัก ยกช่วงพักของตัวผมให้คิมไป ไว้ค่อยเอาคืนทีหลัง 
 
โดยปกติ การดูแลคนชรา สิ่งหนึ่งที่เราต้องสร้างให้เกิดให้มี นั่นคือ "ความไว้วางใจ" (Trust) ถ้าไม่ทำให้เกิด หรือไม่มีระหว่างผู้ดูแลคือผู้ช่วยพยาบาลน่ารักอย่างผม กับผู้ได้รับการดูแลคือ เหล่าบรรดาคุณตาคุณยาย ยากครับ ยากมากที่จะดูแลท่านได้อย่างเต็มที่ ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายขึ้นนะขอรับ ผมเองเป็นผู้ชาย และต้องไปช่วยคุณยายที่ถือเนื้อถือตัว และไม่เคยมี "ชายใด" กล้ำกรายโดนเนื้อโดนตัว หรือต้องโดนเนื้อโดนตัว แถมต้องมาแก้ผ้าให้เห็นยามอาบน้ำอีก ถ้าไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ หรือเราไม่แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้มีพิษมีภัยแต่ประการใด แต่มาช่วยให้การอาบน้ำเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นของคุณยาย แล้วเราจะทำไงดี??? ให้คุณยายไม่เหวี่ยงเราหล่นตุ้บออกมานอกห้องล่ะ????
 
อย่างแรก......การเข้าหาคุณยาย เริ่มตั้งแต่ก่อนก้าวเท้าเหยียบธรณีประตุ ต้องเคาะประตู และทำให้คุณยายรู้สึกว่าเราไม่ได้ "ล่วงล้ำ" พื้นที่ส่วนตัวของคุณยาย บางคนอาจจะบอกว่า อยู่ในที่รวมแบบนั้น มันยากนะที่จะทำให้รู้สึกว่าเหมือนอยู่บ้าน มันก็ถูกครับ แต่ต้องเข้าใจนะครับว่า ห้องคุณยาย ถือว่าเป็น "บ้าน" ของคุณยาย และเราต้องเคารพครับ นึกถึงตัวเรา ถ้านั่งอยู่ในห้องรับแขกดูทีวี แล้วมีใครก็ไม่รู้เดินเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต อารมณ์เดียวกันล่ะครับ เพราะงั้น ก็ต้องมีการเคาะประตู มีการถามขออนุญาตว่าเข้าห้องคุณยายได้ไหม? 
 
เมื่อเข้าห้องได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะผูกสัมพันธ์กันล่ะ คือ ต้องนึกถึงสถานที่พักคนชรา ที่มีผู้ช่วยพยาบาล พยาบาล หมอ นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ ฝ่ายประเมินสุขภาพ มากหน้าหลายตา เดินกันว่อนทั่วตึก สลับสับเปลี่ยนกันไปตามกะ ตามวันเวลาทำงาน วันนี้อาจจะได้ผู้ช่วยพยาบาลดูแล อีกวันอาจจะได้ใครก็ไม่รู้มาทำหน้าที่นี้ ซึ่งส่วนใหญ่ฝ่ายบริหาร จะพยายามจัดผู้ช่วยพยาบาลให้อยู่ในพื้นที่เดิมประจำ เพื่อไม่ให้คุณตาคุณยายรู้สึกตื่นตระหนก หรือไม่คุ้นเคยกับคนหน้าใหม่มากเกินไป แต่บางครั้งก็ทำได้ยาก เพราะไม่มีใครอยากทำงานทุกวัน เวลาเดิม ตึกเดิม ตลอดไปหรอกครับ เพราะงานมักหนักเบา ไม่เท่ากัน ก็ต้องสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
 
การที่เราเป็นผู้ช่วยพยาบาลหน้าใหม่ อาจจะไม่เคยช่วยคุณยายมาก่อน หรือเคยแต่คุณยายจำเราไม่ได้ เราก็ต้องมีการแนะนำตัว ใช้ชื่อที่เรียกง่ายจำง่าย ผมเองมีชื่อไทยเหมือนกัน แต่ไม่มีใครออกเสียงได้ถูกต้อง ก็เลยใช้ชื่อเล่นภาษาอังกฤษแนะนำตัวเองตลอด ไม่ได้อยากกระแดะหรือดัดจริตอยากเป็นฝรั่ง หน้าผมไม่ให้หรอกครับ ดำก็ดำ ดั้งก็หัก ทำไงก็ดูไม่เป็นฝรั่ง อย่างดีก็แค่ฝรั่งแช่อิ่ม คือแค่ทำให้การเรียกขานระหว่างผมกับคุณตาคุณยาย และเพื่อนร่วมงานตาน้ำข้าว ไม่ปวดหัวเวลาเรียกผมก็พอแล้ว เวลาแนะนำตัว ก็บอกว่าชื่อเรียงเสียงอะไร และต่อด้วย มาทำอะไรให้คุณยายตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่ 
 
เมื่อคุณยายคุ้นกับหน้ากะเหรี่ยงดั้งหักแล้ว ก็มีเทคนิคเล็กน้อย คือ อย่ายืนค้ำหัว แต่ให้ย่อตัว แล้วพยายามพูดกับคุณยายในระดับสายตา หรือต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย เพื่อไม่ให้คุณยายรู้สึกว่า "เรามาสั่ง" ให้ท่านทำโน่นทำนี่ ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของผู้ช่วยพยาบาลหรอกครับ แต่เรามาเติมเต็ม ให้ความช่วยเหลือคุณยายในส่วนที่คุณยายทำด้วยตัวเองไม่ได้ต่างหาก เพราะงั้นจะจับคุณยายฉีดน้ำ ฟอกสบู่ เช็ดตัว แต่งตัว ก็คงไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคุณยายเป็นหลัก ถามความสมัครใจ แม้ว่าจะต้องถามมากกว่าสิบครั้ง เพราะคุณยายบางท่านหูไม่ค่อยดีก็ตาม ก็ต้องถามครับ เช่น
 
"วันนี้คุณยายจะเช็ดตัว หรืออาบน้ำฟูลคอร์สดีครับ"
"อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็น เช็ดตัวก็คงพอ คุณยายคิดว่าไงครับ"
 
พยายามให้ทางเลือกคุณยาย มากกว่าที่จะเลือกเองตามใจกู ซึ่งไม่ใช่เรื่องครับ ยกเว้นคุณยายบางท่านที่ไม่สามารถช่วยตัวเอง หรือนอนแบ่บอยู่บนเตียง ไม่มีการโต้ตอบอะไร ๆ เนื่องจากอัมพาตหรือโรคร้ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยคนชรา ก็คงต้องเลือกเสื้อผ้าให้ท่านโดยไม่ต้องถามไถ่ความชอบ ให้ท่านได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือของเราทุกอย่าง (Dignity) และที่สำคัญ ท่านเป็นผู้หญิง ก่อนจะเริ่มกระบวนการขัดสีฉวีวรรณ ต้องไม่ลืมปิดประตู และไม่เปิดประตูทิ้งไว้ ยามที่คุณยายทำธุระส่วนตัว เพราะคุณยายไม่ได้อยู่ลำพังในตึกนี้ มีคุณตาคุณยายท่านอื่น ๆ อยู่รวมกันอีกเป็นร้อย เราต้องให้ความเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด (Privacy) 
 
บางครั้ง การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันคือกระบวนการทางสังคมที่จำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย วันนี้ คุณยายอาจจะไม่ยอมให้เราที่เป็นผู้ช่วยพยาบาลผู้ชายอาบน้ำให้ ก็ต้องถอยออกมา ปล่อยให้คนอื่นทำให้แทน แต่รับรองครับ ถ้าเราเข้าถูกวิธี คุ้นหน้าคุ้นตา สักพักท่านก็ยอมและไม่เขินอายอีกต่อไป ซึ่งถ้าศรศิลป์ไม่กินกัน อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องครับ 
 
น้ำเสียง เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ถ้าเราไม่ฝึกฝน การพูดกับคุณตาคุณยาย จะต้องไม่กระโชกโฮกฮาก ตะโกน หรือแหกปากพูดด้วยอารมณ์ รวมทั้งไม่ใช้น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย คุณยายไม่ใช่เด็กเล็ก ท่านสัมผัสได้ถึงพลังลบทั้งหลายที่มาจากตัวเรา โดยเฉพาะจากโทนเสียงที่เราใช้พูดสื่อสารกับท่าน ต้องอ่อนโยน น้ำเสียงที่ร่าเริง และพยายามใช้มุขตลก แต่ไม่ทะโมนจนเกินงาม พูดกับท่านด้วยความรู้สึกอย่างจะช่วย แม้ว่าท่านจะเรื่องมาก ได้อย่างจะเอาอีกอย่าง หรือเหวี่ยงจัดเต็ม ก็ต้องควบคุมอารมณ์ และสร้างบรรยากาศของการเป็นมิตร ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ที่ท่านสนใจ โดยสังเกตจากรูปที่แขวนในห้อง ดูจากงานอดิเรกที่ท่านทำยามว่าง หรือบางทีเราก็ถามคุณยายได้ครับว่าชอบทำอะไรเวลาว่างงาน มันจะช่วยให้การช่วยเหลือคนแก่ ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร ถ้าเรารู้สึกใช้กลเม็ดเคล็ดลับ
 
สำหรับผม ผมมีเทคนิคส่วนตัวที่จะทำให้คนแก่ ไม่รู้สึกกลัวเรา หรือสนิทสนมกับเราได้เร็วขึ้น รวมทั้งสร้างปัญหาปวดหัวให้เราน้อยที่สุด อย่างเช่น เมื่อคืน ผมหิ้วน้องหมีไปทำงานด้วย ก็ถือไปถือมาเวลาไปหาคุณยายคุณตา ก็สร้างรอยยิ้มน้อยใหญ่ให้คนแก่ทั้งคืน เพราะไม่มีไอ้บ้าที่ไหนทำ นอกจากผมคนเดียว เดินอุ้มน้องหมีตัวเท่าควาย เดินเข้าห้องโน้น ออกห้องนี้ แต่สิ่งที่ได้ก็คือ ไม่มีใครรู้สึก "กลัว" ผม หรือ "ไม่ไว้ใจ" ผมเลยสักคน ต่างให้ความร่วมมือ ไม่เหวี่ยง ก็ถือเป็นการทดลองที่ได้ผล ซึ่งผมคงไม่ทำทุกวัน เดี๋ยวโดนพยาบาลดุ ที่ชอบทำอะไรนอกลู่นอกทาง ไว้เผลอผมค่อยแอบพาน้องหมีไปทำงานด้วยอีก กะกลางคืนพยาบาลไม่ค่อยเรื่องมากครับ แถมชอบใจซะอีก มีอะไรบ้าบอให้ดูยามดึกยามดื่น
 
อีกอย่าง รอยยิ้มครับ ต่อให้คุณหน้าดุและหน้าตะกวดแค่ไหน ถ้ายิ้มเป็น ยิ้มกับทุกอย่าง มองโลกในแง่บวก คุณตาคุณยายมักจะไม่ปฏิเสธคนอารมณ์ดีครับ อย่าเหวี่ยงต่อให้งานหนักหนาแค่ไหน ยิ่งเหวี่ยง งานเราจะหนักขึ้นเป็นสองหรือสามเท่า เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากคุณตาคุณยาย สร้างบรรยากาศด้วยการยิ้ม มีอารมณ์ขัน และที่สำคัญต้องเป็นคนมองโลกในแง่ดี และอดทนครับ ถึงจะดูแลคนชราได้ไร้ปัญหา
 
ผมรู้ดีว่า การดูแลคนแก่ ค่อนข้างลำบาก ถ้าเราไม่รู้จักคุณตาคุณยายดีพอ นี่เฉพาะคนแก่ทั่วไปนะครับ ลองนึกถึงคุณตาคุณยายที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ อย่างอัมพาต หลงลืม มีโรคประจำตัวรุมล้อม หนำซ้ำยังมีอาการทางประสาทร่วมด้วย นี่ต้องอาศัยความชำนาญ และชั่วโมงบินครับ แล้วผมจะมาเล่าต่อตอนหน้านะ
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะ สำหรับการสละเวลามาเขียน แบ่งปันเรื่องดีๆ ให้อ่าน ได้ความรู้กัน อ่านเพลินเลยค่ะ เขียนได้น่าอ่านมาก ให้ข้อคิด และมี สาระ ประโยชน์มากมาย ขอเป็นอีกคนที่ติดตามนะคะ ... ชื่นชมคุณในหลายๆ ด้านเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ..

#19 By kan (125.26.71.76|125.26.71.76) on 2014-04-25 21:19

อยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานดูแลผู้สูงอายุที่ออสเตรเลียค่ะ อย่างไรช่วยเมล์กลับได้ไหมค่ะเพราะพยามหาเมล์ติดต่อคุณไม่เจอเลยค่ะ---ขอบคุณมากค่ะ
khwuantapangsub@gmail.com

#18 By ขวัญ (103.7.57.18|182.52.33.73) on 2013-06-07 16:07

เป็นอีกหนึ่ง แบบว่ามาใหม่ครับ 555 ดีใจที่หลงมาเจอบันทึกนี้ อ่านสนุก ได้ความรู้ที่มาจากประสบการณ์จริงด้วย อ่านแล้วอิ่มใจ ขอบคุณที่สละเวลาเขียนบันทึกดี ๆ แบบนี้ครับ

#17 By เหนือหมื่นโคม (103.7.57.18|115.67.230.180) on 2013-05-13 11:01

อยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานดูแลผู้สูงอายุที่ออสเตรเลียค่ะ อย่างไรช่วยเมล์กลับได้ไหมค่ะเพราะพยามหาเมล์ติดต่อคุณไม่เจอเลยค่ะ---ขอบคุณมากค่ะ
vasineep@gmail.com

#16 By vasinee (103.7.57.18|110.164.179.2) on 2013-03-25 14:14

ขอชื่นชมด้วยใจจริงค่ะ เขียนบทความอ่านเข้าใจง่าย เนื้อหาดีมากๆค่ะ

#15 By กชพร (103.7.57.18|58.11.232.139) on 2012-05-09 10:47

อยากหิ้วน้องหมีไปทำงานด้วยcry

เรื่องรอยยิ้มกับผู้สูงอายุนี้เป็นเรื่องสำคัญจริงๆค่ะ
แค่ยิ้มให้ ท่านก็เปิดรับเราแล้ว
แต่ส่วนใหญ่ใช้ได้ผลกับคุณยาย
คุณตานี้ยิ้มจนปากฉีกแล้ว บางคนก็ทำเมิน

สงสัยเราไม่ตรงสเป็กคุณตา

#14 By kororo on 2012-03-24 10:57

ละเอียดดีมากเลยครับ จะจดจำไปใช้ confused smile confused smile Hot! Hot! Hot!
มาเพิ่ทจำนวนประชากรค่ะ^^
น่ารักจังตรงอุ้มหมีไปทำงาน555

#12 By KoonPoonk on 2012-03-19 22:43

ขอเป็นคนที่แปดครับ เรื่องน่ารักมากครับ big smile

#11 By artyarnaa* on 2012-03-19 21:57

ได้นำลิงค์เอนทรี่นี้
ไปไว้ในคอลัมน์ Exteen Brief นะคะ
จิ้มไปอ่านได้เลยค่ะ ^^

http://community.exteen.com/20120319/exteen-brief-190312

#10 By yUiZy* on 2012-03-19 16:54

ขอเป็นคนที่เจ็ดนะคะopen-mounthed smile Hot!

#9 By Kanya on 2012-03-19 13:53

Hot! น่าสนใจดีค่ะ ต้องใช้ใจรักการบริการสูงมากเลย

#8 By sorbet* on 2012-03-19 13:29

หิ้วหมีไปทำงานด้วย เทคนิคสุดยอดครับ

#7 By นายขลุกขลิก on 2012-03-19 13:25

ชอบครับ เป็นกำลังใจให้ครับ ปกติไม่เคยเม้นต์ให้ใครง่ายๆหรอกครับ

#6 By iSpot-hd (202.91.23.4) on 2012-03-19 11:37

Hot! Hot! Hot!

#5 By s-ton on 2012-03-18 21:06

มาลงชื่อเป็นคนที่หกครับ open-mounthed smile

ตามอ่านเงียบๆ มาสองสามโพสต์แล้ว เป็นงานที่หนักจริงๆ แต่เขียนเพลินมากมาย open-mounthed smile

#4 By SimpsKwan on 2012-03-17 21:54

ฝึกความใจเย็น และ มองโลกในแง่ดี เข้าไว้
Hot! big smile

#3 By Praeradise on 2012-03-17 20:16

เปนอาชีพเหนื่อยใจมากนะ
แต่ถ้าทำแล้วเรายังมีความสุข
เรียกว่า กุศลจิตจ้ะ confused smile Hot!

#2 By ปิยะ99 on 2012-03-17 07:33

เราเป็นหนึ่งในห้าแฮะ
ยินดีนะ ว่าแต่รบกวนนิดนึง
ใช้ฟอนต์สีดำได้ปะ สีเทามันอ่านยาก
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!
ปล หน้ากระเหรี่ยงดั้งหัก? บรรยายตัวเองซะ

#1 By Nirankas on 2012-03-17 07:18