คู่กัดตลอดกาล

posted on 20 Mar 2012 03:19 by thaiain in Journal directory Lifestyle, Diary
ในสถานที่พักคนชราที่ผมทำงานอยู่ เป็นแบบครอบครัวบริหารครับ คือในกลุ่มมี Nursing home กระจายตามหัวเมืองต่าง ๆ หลายแห่งทั้งใน Gold  Coast, Sunshine Coast แต่สำนักงานใหญ่อยู่ที่ Melbourne ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าหัวใจสำคัญในการทำงานของเจ้าของก็คือ "กำไร" ดังนั้น แม้รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากคุณตาคุณยาย และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล การดูแลผู้ชรา ถือเป็นธุรกิจที่กำลังบูมในขณะนี้ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ประเทศที่คนแก่กำลังครองเมือง และรัฐบาลกำลังจะถังแตกอีกไม่ช้า
 
ในแต่ละ Facility จะมีลักษณะการแบ่งบุคลากรออกเป็น ๓ หรือ ๔ ฝ่ายหลักคล้ายคลึงกัน ไม่แตกต่างกันมากมายนัก ประกอบด้วย 
  • Management ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร โดยมี DON (Director of Nurses) หรือ หัวหน้าพยาบาล เป็นหัวเรือใหญ่ในการนำพาสถานที่พักคนชราไปในทิศทางใด ก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของเจ๊แก และ DDON (Deputy Director of Nurses) รองหัวหน้าพยาบาล ที่คอยรับนโยบายจากเจ๊ดอนไปทำต่อในภาคปฏิบัติ
  • Nurses จะประกอบด้วย RN (Registered Nurse) EN (Enrolled Nurse) EEN (Endosed Enrolled Nurse) และ AIN (Assistant in Nursing) หรือพวกกระผมนั่นเอง
  • Hotel and Service จะประกอบด้วย Chef, Kitchen Hand, Maintainence 

นอกจากนี้ ยังมี นักกายภาพบำบัด, นักโภชนาการ ฝ่ายประเมินสุขภาพ เทคนิคไอที (ผมทำงานส่วนนี้ด้วย) ที่ไม่ได้ทำงานเต็มเวลา แต่จะมาทำเฉพาะในช่วงที่โดนเรียกตัวเท่านั้น ก็กินเงินเป็นรายชั่วโมงไป ทั้งหมดทำงานร่วมกัน บนพื้นฐานของการทำงานร่วมกันเป็นทีม แต่ในทางปฏิบัติ ผมอยากจะหัวเราะเป็นภาษาอารบิค มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยครับ

อย่าลืมว่า ในโลกของพยาบาล เป็นโลกของผู้หญิง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเองไม่ได้กล่าวหานะครับ แต่เท่าที่ผ่านมา ผมเจอปัญหาที่ต่อให้ผมเป็นเทพ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ตราบใดที่ยังทำงานกับสาว ๆ เหล่านี้ บางที สิ่งที่ดีที่สุดในการทำงานแบบสบายใจ ก็คือ ผมไม่ใส่ใจกับความเจ้ากี้เจ้าการ (Bossy) ขี้วีน (Bitchy) เรื่องมาก (Picky) ตราบใดที่ผมรับผิดชอบในส่วนของผมอย่างดีที่สุด และทำเป็นไม่เห็นกับนิสัยน่ารังเกียจเหล่านี้ บางทำก็มองให้มันเป็นเรื่องฮาซะงั้น

อย่างปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พวกเราขาดคนครับ (Understaff) อยู่ในลักษณะ "คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า" และด้วยความที่คนเก่าแก่มักจะไม่เป็นมิตร คอยกัด คอยจิก คนมาใหม่ คนออสซี่บางคนน้ำอดน้ำทนมีน้อยครับ เผ่นไปตั้งแต่วันแรก กะแรกด้วยซ้ำไป เมื่อเจอฤทธิ์เดชของป้าพยาบาลนิสัยพยายม หรือนังผู้ช่วยพยาบาลแก่แล้วแก่เลย ไม่มีใครอยากอยู่นานครับ ถ้าไม่รักงานนี้จริง สำหรับผม ผมรักงานนี้ และโชคดีที่กะผมส่วนใหญ่เป็นกะกลางคืน ซึ่งมีคนทำอยู่ไม่กี่คน วนเวียนสลับเปลี่ยนกันไป เราจึงสนิทสนมกันเหมือนครอบครัว แทบไม่มีปัญหาอะไรเท่าไร ยกเว้นปัญหานอนไม่พอ แล้วหงุดหงิดใส่กัน ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก

เมื่อเดือนที่แล้ว พยาบาลเต็มเวลาที่ผมเรียกได้ว่า เป็นกลุ่มพยาบาลที่ดีที่สุดที่ผมทำงานร่วมด้วย ลาออกโดยพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งถ้าผมเป็นเจ๊ดอน (หมายถึงหัวหน้าพยาบาล) ผมคงต้องพิจารณาตัวเอง มันเป็นเรื่อง "โคตรผิดปกติ" ที่พยาบาลเกือบทั้งหมดพร้อมใจกันโดดกำแพงหนีไปจากเจ๊ แต่เจ๊กลับบอกทุกคนที่เหลือว่า "เรากำลังมองหาพยาบาลที่มีทัศนคติในเชิงบวกที่ดีกว่ามาเสริมแทน" จนป่านนี้ ก็ยังหาไม่ได้ ต้องพึ่งพาพยาบาลจากเอเจนซี่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แทบไม่รู้จักคุณตาคุณยาย ปัญหาร้อยแปดก็ตามมาแบบไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นความไม่ต่อเนื่องในการให้ยาและการดูแลแผลกดทับ ความล่าช้าในการทำงาน การทำงานเป็นทีมระหว่างผู้ช่วยพยาบาลและพยาบาลแทบเป็นศูนย์ รวมทั้งปล่อยให้คนดีหนีไปทำงานที่อื่น แต่ดันเก็บพยาบาลนิสัยเกเรไว้ เจริญล่ะครับท่านผู้อ่าน

และที่สำคัญ ปริมาณงานที่พยาบาลประจำได้รับมอบหมายนั้น มันล้นมือจริง ๆ ครับ เรียกได้ว่า ทำไม่ทันก็โดนตำหนิจากฝ่ายบริหาร จากหัวหน้าพยาบาล เกิดเรื่องเกิดราวก็กลายเป็นกรณีฟ้องร้อง พยาบาลก็ตายกันหมด ใครมันอยากจะทำงานด้วยล่ะครับ ชิงลาออกกันแทบไม่ทัน ในขณะที่คนที่อยากมาทำงาน กลายเป็นพยาบาลนำเข้าที่มาจากอินเดีย แอฟริกา และนานาประเทศ ก็เจอปัญหากีดกันอีก บางคนไม่อยากทำงานร่วมเพราะไม่ใช่ออสซี่ อืม เอาอะไรคิดครับ??? บางคนทำงานได้สองอาทิตย์ ก็ไม่ยอมกลับมา โดยไม่ให้เหตุผล แต่ระบุในใบงานของเอเจนซี่ว่า

"ไม่ต้องการกลับมาที่นี่อีก"

พวกเราซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาล ไม่ได้อยากเป็นไม้เบื่อไม้เบากับพยาบาลหรอกครับ แต่พยาบาลที่นี่บางคน นิสัยก็เหลือเกิน คนดีที่เราชื่นชมทำงานด้วยแล้วมีความสุขก็ทะยอยหายไปทีละคน เหลือแต่นิสัยกากเดน เวลาเรารายงานความเจ็บป่วยของคุณตาคุณยาย ก็ไม่สนใจฟัง ไม่รับเรื่อง ไม่ทำอะไรแม้กระทั่งไปดูดีดูร้าย พอเบื้องบนตำหนิลงมา ก็โยนขึ้ใส่เรา หาว่าเราไม่รายงาน ดีที่พวกผมบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ป้องกันตัวเองไว้แล้ว ก็งี่เง่ากันไป ไม่ยอมรับความจริง ยกตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้นะครับ

อย่างคุณยายโรสแมรี่ที่เสียไป เป็นแผลกดทันนานนับเดือน พยาบาลรับรู้แต่ทำอะไรไม่ได้ หรือไม่ยอมทำ วัน ๆ วุ่นวายแต่เอกสาร (ซึ่งผมเข้าใจว่าเอกสารเป็นสิ่งสำคัญ) จนละเลยการดูแลคุณตาคุณยาย และคุณตาวอลเตอร์ที่หลังกำลังส่งกลิ่นเหม็น เพราะแผ่นหลังอับชื้นมานานเกินสัปดาห์ ผมกับเพื่อนรายงานไปแล้ว แต่พยาบาลยังไม่มีเวลาติดต่อหมอ หรือมาดู ทั้งที่ห้องของคุณตากับสถานีพยาบาล ห่างกันแค่สามก้าว จนคุณตาคุณยายบางคน ไม่กล้ากดกริ่งเวลาเกิดอะไรขึ้น กลัวกันไปหมด พยาบาลนิสัยพยายมบางคนก็เหวี่ยง ชอบดุพวกแก หรือไม่ก็พูดแบบไม่รักษาน้ำใจ ผมฟังแล้วรู้สึกอยากจะสกายคิกป้าพยายมตรงนั้นหลายที ก็ได้แต่ฟัง แล้วหัวเสียเดินหนีไปครับ อยู่นาน เดี๋ยวผมกระทืบพยาบาลตาย

 

 

สบายใจละ ไว้พรุ่งนี้มาเล่าเรื่องคุณตาคุณยายดีกว่า

 

ป.ล. มีคนอ่านเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ หลังจากได้รับเลือกให้อยู่ใน Exteen Brief ในเรื่องของสายอาชีพที่น่าสนใจ ขอบคุณนะครับ แต่ขาประจำของผมก็ยังอยู่อย่างเหนียวแน่นเช่นเดิม ๘ คนถ้วน

Comment

Comment:

Tweet

Thank you again for your story.  It's so helpful
for me.
Nina

#6 By Nina Earley (121.222.220.173|121.222.220.173) on 2014-07-07 08:09

อ่านแล้วก็อยากช่วยสกายคิกด้วย

คนที่ไม่สนใจหน้าที่ตัวเอง พอจวนตัวก็โยนขี้ มันมีทุกที่จริงๆ

#5 By SimpsKwan on 2012-03-23 01:52

เล่ามาเห็นภาพหมดเลยค่ะ เพราะตัวดิฉันเองเคยไปฝึกงานมา ช่วงที่เรียนหลักสูตร ดูแลคนแก่และคนพิการไปฝึกงานที่โฮมแคร์ เห็นหมดค่ะและเจอกับตัวเองเช่นกัน
บอกได้คำเดียวว่าสงสารคนแก่ค่ะ ที่ไหนเหมือนกันหมดไม่ว่าที่คนอยู่หรือฉันอยู่ฟังดูคล้ายๆกันค่ะ งานประเภทนี้ต้องใช้ความอดทนมากๆค่ะ สู้ๆbig smile

#4 By ต่าง แดน (178.191.153.193) on 2012-03-22 05:41

ครบเลย bossybitchypicky sad smile

#3 By Kanya on 2012-03-20 12:10

#2 By Natha on 2012-03-20 12:07

น่าเห็นใจ
แต่อย่ากระทืบใครตาย
เดี๋ยวติดคุก
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-03-20 07:16