"ถ้าคุณตื่นขึ้นมา แล้วไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร ไปไหน ทำไมถึงต้องตื่นขึ้นมาในเวลานี้ คุณหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ สมองว่างเปล่า คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณคือใคร อายุเท่าไร เป็นใคร ชื่อเรียงเสียงไร สิ่งแรกที่คุณจะทำคือ เดินหาคำตอบ และดูเหมือนจะเป็นการตามหาคำตอบที่แม้กระทั่งคุณก็ไม่รู้ว่าคำถามเดิมมันคืออะไร?"
 
 
นี่คือสิ่งที่ผมจำเป็นต้องเจอเกือบแทบทุกเมื่อเชื่อวัน สำหรับคุณตาคุณยายที่มีอาการหลงลืมจาก Dementia และเข้ามาอยู่โดยทางสถานที่พักคนชราที่ผมทำงานอยู่ ซึ่งไม่มีตึกเฉพาะสำหรับคุณตาคุณยายเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องลำบากทั้งในการควบคุมพฤติกรรม ทั้งในการเฝ้าระวัง และทั้งในการให้ความดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะสถานที่พักคนชราส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น Dementia ไปทั้งหมด คุณตาคุณยายเหล่านี้อาจจะไปรบกวนคนอื่นยามวิกาลได้ สร้างความปวดหัวให้พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลเป็นอย่างมาก เพราะ "นักเดินทาง" เหล่านี้ มักจะมีกำหนดการไม่แน่นอน นึกจะเดินเข้าห้องคนนั้น เดินออกไปนอกตัวตึก หรือหายไปแบบไร้ร่องรอย ก็มีมาแล้ว เล่นเอาพวกผมต้องเดินตามหากันทั่งทั้งตึก บางทีโน่นเดินออกไปที่ถนนใหญ่แล้ว วิ่งไล่แทบไม่ทันก็มี
 
ก่อนอื่นขออธิบายเรื่องของ Dementia แบบสั้นสรุปเอาเข้าใจง่ายก่อนที่เล่าให้ฟังถึงเคสที่ผมทำงานอยู่
 
"ภาวะการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น หรือระยะยาว รวมทั้งการสูญเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดในเชิงเหตุเชิงผล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวผู้ป่วยในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถดูแลตัวเองไม่ว่าจะเป็นกิจวัตร งานอดิเรก งานประจำที่ทำ รวมทั้งไม่สามารถทำอะไรร่วมกับครอบครัวได้อีกต่อไป โดยอาการเหล่านี้เกิดจากความเสียหายของเซลล์สมอง ซึ่งยังไม่มียาหรือการรักษาที่สามารถรักษาโรคหลงลืมนี้ให้หายได้ มีแต่ชะลอและรักษาตามอาการ รวมทั้งการดูแลตามพฤติกรรมเท่านั้น"
 
เรามีคุณตาคุณยายที่เป็น Dementia อยู่หลายคน แต่ที่อาการหนักและผู้ช่วยพยาบาลต้องเหนื่อยเป็นกรณีพิเศษก็มีอยู่สองสามคน  คุณยายแบรี่เป็นหนึ่งในนั้น คุณยายอยู่ชั้นสองได้สองเดือนแล้ว ซึ่งเป็น High care Zone โดยสามีของคุณยายพยายามมองหาสถานที่พักคนชราที่สามารถรับดูแลคุณยายได้มานานมาก เพิ่งมาลงตัวที่สถานที่พักคนเอกชนแห่งนี้ ซึ่งโดยความเป็นจริง เราไม่สามารถดูแลผู้ป่วย Dementia ได้ครับ สถานที่เราไม่อำนวยโดยประการทั้งปวง นั่นหมายถึง โอกาสที่คุณยายจะเดินหายไปจากห้อง มีสูงมาก เกิดขึ้นประจำจนเราชิน จึงจำเป็นต้องจับตามองและเฝ้าระวังแทบจะทุกฝีก้าว เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณยาย อาจจะหมายถึงการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นั่นหมายถึงพวกเราจะติดคุกกันหัวโตกันถ้วนหน้าเลยทีเดียวเชียวครับ
 
ว่ากันตามอาการ คุณยายจะไม่ยอมหลับยอมนอน มักจะตื่นและเดินท่อม ๆ ตามห้องชาวบ้านตลอดเวลา ทั้งที่สภาพร่างกายอ่อนล้าและถดถอยลง เนื่องจากขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ คุณยายจะสับสนกับเวลา สถานที่ สภาพอากาศ ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ทำไมฉันต้องมาอยู่รวมกับคนแก่มากหน้าหลายตา ฉันคือใคร และผลก็คือ คุณยายจะเดินมั่วไปทั่ว เข้าออกห้องนี้ สร้างความสะพรึงกลัวให้กับคุณตาคุณยายคนอื่นแทบทุกคืน บางทีคุณยายไปยืนเป็นเงาตะคุ่ม ๆ ปลายเตียงของห้องอื่น เล่นเอาเจ้าของห้องตื่นขึ้นมากลางดึกเห็นคุณยายแบรี่ ก็กรี๊ดกันตึกแตก กว่าจะปลอบคุณยายขวัญเสีย กว่าจะพาคุณยายแบรี่ออกไปจากห้อง ก็หมดแรงขนมปังกันไปถ้วนหน้า 
 
โดยเฉพาะเวลากลางคืนตั้งแต่เที่ยงคืนยันเช้า เป็นเวลาที่คุณยายแบรี่ตื่นขึ้นมาทำงานครับ งานของคุณยายก็คือมองหาพวกเรา แล้วก็เดินตามพวกเราที่กำลังทำงาน คุณยายจะไม่ยอมนอน ต่อให้เราพากลับไปที่ห้องของคุณยายกี่รอบ คุณยายแบรี่ก็จะตื่นขึ้นมา แล้วเดินตามหาพวกเราเหล่าพยาบาล หรือผู้ช่วยพยาบาลโดยไม่มีจุดหมาย ไม่มีอะไร คุณยายแค่มีคนจูงคุณยายเดินไปเดินมา บางครั้งก็เอาใจไม่ค่อยถูก บางคืนตื่นขึ้นมามองหาเรา บอกว่าพาเดินหน่อย เราก็พาเดิน พร้อมกับ Bed Round ไม่งั้นงานเราไม่เสร็จ เดินไปถึงห้านาที บอกว่าอยากกลับไปนอนแล้ว เราก็ว่าไงว่ากัน พาคุณยายกลับไปที่ห้อง ห่มผ้า พาเข้าห้องน้ำ เสร็จสรรพ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกว่าสบายแล้วคืนนี้ ยังไม่ทันหายใจออกครบดี คุณยายออกมายืนหลอนเรานอกห้องตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เล่นเอาผมกับเพื่อนน้ำตาไหลอาบแก้ม เพราะไม่รู้จะทำยังไงกันดี
 
แล้วที่สำคัญคุณยายแทบไม่รับรู้อะไรกับความเป็นไปของโลก ไม่ดูทีวี ไม่มีการตอบสนองทางสังคม ไม่เคยเห็นคุณยายยิ้มหรือหัวเราะเลยแม้แต่ครั้งเดียว วัน ๆ เอาแต่เดินหลังงุ้มไปทั่วตึก น้ำลายไหลยืด เพราะด้วยอาการของดีเมนเชีย กล้ามเนื้อจะเริ่มทำงานไม่ปกติ ไม่สามารถควบคุมการไหลของน้ำลายได้เหมือนคนปกติ คุณยายย้อนกลับไปเป็นเด็กหกขวบอีกครั้ง แต่เป็นเด็กหกขวบที่พัฒนาการย้อนหลังครับ คือยิ่งนานวัน ก็จะยิ่งแย่ลง ไม่มีอะไรดีขึ้น เท่าที่ผมเห็นคุณยายแม้จะมีสามีมาดูแลแทบทุกวัน คุณยายจำสามีไม่ได้ครับ โชคดีคุณยายไม่ได้ต่อต้านอะไร เพียงแค่
 
"ฉันจำผู้ชายคนนี้ไม่ได้ แต่ฉันรู้สึกรักคนนี้หมดหัวใจ"
 
หวานไหมครับ? คือคนไข้แบบนี้ อาจจะไม่มีความทรงจำเหลืออยู่เลย หรือแบบไม่ปะติดปะต่อ ถึงอย่างนั้นคุณตาคุณยายก็ยังเหลือ "ความรู้สึก" ที่แนบแน่นอยู่ เช่นความรักระหว่างสามีภรรยา หรือเหตุการณ์ที่ยังฝังแน่นอยู่ คุณยายแบรี่ มักจะบอกเสมอว่า คุณยายจำไม่ได้ แต่รู้สึกบางอย่างได้ แค่อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร
 
วิธีดูแลคุณยายแบรี่ สำหรับตัวผมก็คือ พยายามพูดคุยกับคุณยายครับ แม้จะดูเหมือนว่าเราคุยอยู่คนเดียว คุณยายจะตอบโต้ไม่มาก หรือถ้าจะพูดให้ถูก คุณยายไม่รู้ว่าจะตอบเราอย่างไรมากกว่า เวลาที่คุณยายเดินมองหาบางสิ่งบางอย่าง เวลาท่านเห็นเรา คุณยายจะส่งมือให้เราจูง เราก็อย่าปฏิเสธ จูงมือคุณยายเดินเล่น ตามใจและพยายามกล่อมคุณยายให้เดินกลับมาที่ห้อง ซึ่งโดยปกติผมจะหลอกคุณยายเดินเล่นจนเหนื่อย ถ้าผมมีเวลา พามาห้อง ร้องเพลงกล่อมเด็กให้ฟัง บางทีผมก็เกาหัวให้ แป๊บเดียว (ซึ่งหมายถึง ๑๕ นาทีขึ้นไป) คุณยายก็สงบลง หลับไปสักสองสามชั่วโมง พอมีเวลาให้ผมไปทำงานดูแลคุณตาคุณยายอย่างอื่น ตื่นขึ้นมาก็หาวิธีกันใหม่ เปลี่ยนแปลงไปตามโอกาสอำนวยครับ
 
สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่า การดูแลคุณตาคุณยายที่มีอาการหลงลืม หรือมีอาการทางประสาท ต้องใช้น้ำเย็นลูบ การตะโกน การเกรี้ยวกราดใส่ ไม่ส่งผลดีต่อท่านเลยครับ ทั้งความรู้สึกและการดูแล เพราะท่านอาจจะโมโหร้ายตอบกลับ หรือทำอะไรที่ทำให้เราดูแลยากขึ้น ความอ่อนโยนครับ คืออาวุธที่ช่วยให้คุณยายหรือคุณตาเหล่านี้สงบลง อาจจะต้องใช้เวลา ต้องใช้ความอดทน คุณตาคุณยายแพ้การสัมผัสที่อ่อนโยน (Gentel Touch) โอนอ่อนผ่อนตามถ้าเราพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร และยอมทำตามเราเมื่อเราให้ "หัวใจ" สื่อสารกับ "หัวใจ" ของคุณตาคุณยาย มากกว่าพยายามจะอธิบายเหตุผลครับ
 
คุณยายแบรี่คงจะเดินหาคำตอบแบบนี้ไปทุกเมื่อเชื่อวัน และคงอีกไม่นาน เพราะร่างกายของคุณยายก็อ่อนแอลงทุกวัน สังเกตได้จากการเดินที่เชื่องช้าลงทุกวัน การตอบสนองกับสิ่งรอบตัวก็ไม่ได้ดีขึ้น คุณยายอาจจะไม่สามารถหาคำตอบได้เลยจนวาระสุดท้าย ส่วนผมก็คงต้องทำหน้าที่ดูแลคุณยายต่อไป คอยให้กำลังใจนักเดินทางที่ไร้จุดหมายเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และด้วยหัวใจรักงานเท่านั้น
 
 
ป.ล.
  • ขอบคุณแฟนประจำอีกครั้งครับ ที่ทำให้ผมมีแรงเขียนบล็อกต่อไป
  • การเดินท่อม ๆ ของคุณยายแบรี่แบบนี้ เราเรียกว่า Wandering ครับ
  • ทำไมไม่ค่อยมีคนเม้นท์ ฮ่า ฮ่า สงสัยเครียดไป
  • ถ้าไม่เป็นการรบกวน ช่วยติชมได้ไหมครับ? เขียนเยิ่นเย้อไป เขียนอ่านยาก หรืออะไรก็ได้ ยินดีน้อมรับ
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมาก สำหรับเรื่องต่างๆที่คุณเขียนมา โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับคนชรา ทำให้ได้ข้อมูลดีๆ เพื่อไปใช้ในการ
train 100 hrs.
   เขีนนดีมาก สนุกน่าอ่าน
   ขอบคุณ
    Nina Earley

#5 By Nina Earley (121.222.220.173|121.222.220.173) on 2014-07-07 08:01

ร้องไห้เลย

#4 By (101.119.26.169|101.119.26.169) on 2014-02-28 04:54

ถ้าลองเขียนอะไรซักอย่ากไว้ในห้องคุณยาย เผื่อคุณยายจะได้เห็นซ้ำ ๆ ทุกวันจะโอเครึป่าวค่ะเนี่ย ว่าที่นี่ที่ไหน ยายเป็นใคร (แหะ ๆ ความคิดตื้นๆ)
สู้สู้นะค่ะ ๆ กับการทำงาน คุณยายคุณตาทั้งหลายเค้าคงจะรู้สึกขอบคุณอยู่ลึกๆแน่นอนเลยค่ะถึงแม้จะป่วย
ชอบนะค่ะ เขียนมาเล่าให้อ่านบ่อยๆ
(แต่สำหรับบางคนอาจจะเห็นว่าเนื้อหามันดูติดๆกันก็เลยไม่กล้า(ขี้เกียจ)อ่าน sad smile ทั้งๆที่เนื้อหาน่าสนใจแท้ๆ)big smile
Hot! Hot!

#3 By MonAme :D on 2012-03-24 16:25

โหซึ้งมากๆ จำอะไรใครไม่ได้แต่จำได้แค่ว่ารักสามีหมดใจ

#2 By dreammagicz on 2012-03-22 14:27

เป็นกำลังใจให้นะคะ ; )

#1 By Pangji (88.2.229.103) on 2012-03-21 11:26