คือความผูกพัน

posted on 29 Mar 2012 13:00 by thaiain in Journal directory Lifestyle, Diary
 
อดไม่ได้ที่จะบอกว่า วันนี้เป็นวันที่ผมทำงานครบ ๔ เดือนเต็มพอดิบพอดี นอกจากประสบการณ์ที่เพิ่มพูน รวมทั้งการรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ยามที่ต้องแก้ปัญหาสารพัดก็ค่อย ๆ มากขึ้น จากที่เคยโดนจิก โดนกัด ก็ไม่ยอมให้โดนกระทำฝ่ายเดียว ผมไม่ได้โต้ตอบหรอกครับ ก็แค่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงในการทำงานร่วมกับพยาบาลเฮงซวยบางคน เพื่อนรวมงานที่จ้องเอารัดเอาเปรียบ หรือคุณตาคุณยายที่เจ้ายศเจ้าอย่าง ผมเอาตัวรอดได้ครับ แถมไม่ต้องเจ็บตัวเท่าไรเมื่อโดนหางเลข โดยรวม ผมไม่พยายามเอามาเป็นอารมณ์ครับ โมโหก็ลุยมันตรงนั้น ให้มันจบในเวลางาน เคยเป็นแบบ งานจบ คนไม่จบ แต่ตอนนี้ ถ้ามันไม่สามารถให้จบได้ ก็ทิ้งกองไว้ตรงประตูทางออกนั่นแหล่ะครับ แล้ววันต่อมาค่อยกลับมาลุยกันทีหลัง ไม่เอามาใส่ใจนอกเวลาเด็ดขาด
 
อีกอย่างที่มันสั่งสมไปพร้อมกับประสบการณ์การทำงาน นั่นก็คือ "ความผูกพัน" แน่นอนพวกเราพยาบาลกะกลางคืน ค่อนข้างจะแน่นแฟ้นกว่ากลุ่มอื่น เพราะมีกันไม่กี่หน่อ วนไปเวียนมาทำงานด้วยกันนับตัวได้เลย ไม่เหมือนกะกลางวันที่เวียนว่ายตายเกิดเยอะซะจนจำไม่ได้ว่ามีใครมั่ง แต่ไอ้ความผูกพันที่เกิดกับคุณตาคุณยายนี่ซิ บางทีผมก็ไม่แน่ใจซะทีเดียว มันจะเป็นสิ่งดีหรือเปล่า? สำหรับอาชีพผู้ช่วยพยาบาลอย่างผม
 
ผมมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลากับคุณตาคุณยาย โดยไม่รู้สึกเบื่อ อาจจะนอยบ้าง ยามที่โดนต่อย โดนกัด โดนหยิก โดนจับก้น โดนพูดว่าให้เสียความรู้สึก และล่าสุดผมโดนคุณยายแวว (มาจาก Valarie) ข่วนซะเลือดซิบ เลือดอาบแขนกันไป ทั้งนี้และทั้งนั้น  คุณยายท่านไม่ได้ตั้งใจครับ ท่านป่วยและไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ให้อภัยตั้งแต่ไม่โดนด้วยซ้ำ มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แผลแค่นั้นเดี๋ยวก็หาย แต่คุณยายนี่ซิ คงจะแย่ลงทุกวัน สุขภาพถดถอยอย่างน่าตกใจ
 
บางทีผมไม่ได้มีงานอะไรในชั้นอื่น ผมก็แอบแวะเวียนไปทักทายคุณตาคุณยายที่คุ้นเคย เอ็นดูผมเป็นการส่วนตัวบ้างหลังเลิกงาน ก่อนจะเดินกลับบ้าน มันก็แค่ไม่กี่นาที แต่คุณรู้ไหมครับ มันมีค่าทางใจกับคุณตาคุณยายมากมาย ผมเคยบอกไปแล้วว่า ท่านอาจจะจำผมไม่ได้เลย แต่ท่านจำความอ่อนโยนของเราได้ครับ ท่านจะคุ้นเคยกับท่าทีเราโดยอัตโนมัติ แม้จะไม่เคยเรียกชื่อเรา ไม่เคยรู้ว่าเราเป็นใคร ทุกครั้งที่เจอหน้า คุณยายท่านก็จะยิ้มรับเราทันที ผมเองบางครั้งฟังไม่รู้เรื่องที่คุณตาพูด เพราะคุณตาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ แต่ท่านก็ขยันจะเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้เหลือเกิน ผมก็ฟังไปงั้น เจอผมทีไรก็ลากไปคุย ผมก็ฟังไปน้ำตาไหลไป ไม่รู้เรื่องอ่ะ ก็ฟังนะ 
 
คุณตาบางคนก็เหลือเกิน รู้ว่าเอ็นดูผมนะ แต่ไม่ต้องกดกริ่งเรียกผมคืนละสิบยี่สิบรอบก็ได้ งานผมแทบจะล้นมืออยู่แล้ว นี่กดกริ่งแค่ถามว่ากี่โมง ทำไมไม่มาทัก ทำไมหายไป ฯลฯ แบบไม่จำเป็นอ่ะ พอให้คนอื่นไปแทน ก็งอนอีก มีเดินมาตามถึง Nurses Station ก็ต้องถลาไปดูแล พากลับห้อง แล้วตัวก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ชั่งน้ำหนักทีไร อ้วนขึ้นทุกเดือน บอกให้ลดขนม แอบซื้อของมาตุนไว้ในตู้เย็นเพียบ ไม่อ้วนขึ้นไงไหงอ่ะคุณตา
 
อย่างเมื่อคืน คุณปู่วอลลี่ ไม่รู้ทานอะไรมา อึห้ารอบ เปลี่ยนผ้าอ้อมห้ารอบ จนเราแทบหมดแรง เพราะคุณปู่เป็นอัมพาต ขยับตัวไม่ได้ ต้องใช้ผู้ช่วยพยาบาลสองคน ไม่งั้นทำไม่ได้ คุณปู่ซึ่งปกติจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเวลาป่วย วันนี้อารมณ์ดี งึมงำในลำคอฟังได้ว่า ขอโทษ คงจะเสียใจที่อึหลายรอบ เล่นเอาผมหืดขึ้นคอ ไหนจะต้องวิ่งรอกไปหาคุณยายโจแอนที่กำลังหายใจไม่ออก คุณยายเบอรี่ก็ตื่นมาเดินท่อม ๆ กลางดึก หายไปไหนก็ไม่รู้ เป็นคืนอัศจรรย์จริง ๆ
 
ถึงจะหนักหนาแค่ไหน? นั่งพักหน่อยก็หายครับ ผมไม่เอามาเป็นสาระ แม้จะโดนอะไรต่อมิอะไร ปล่อยให้ผ่านเลยไป มีอะไรก็ถือซะว่า ฟาดเคราะห์ แล้วก็ระวังตัวครั้งต่อไป ที่สำคัญ ผมเองนึกอยู่ว่า วันหนึ่งผมพร้อมที่จะกลับไปเรียนต่อ อาจจะต้องออกจากงานนี้ ผมคงคิดถึงคุณตาคุณยายเหล่านี้.....
 
 
ก็มันผูกพันไปแล้วนี่นา
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เสียใจจริงๆได้อ่านเรื่องของคุณช้าไปหลายปีไม่ทราบว่าปัจจุบันชีวิตก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว.  แต่มั่นใจว่าคนหนุ่มที่มีความนึกคิดอย่างคุณคงเจริญในหน้าการงานแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้ฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี

 ขอนับถือในความดีและความรับผิดชอบในอาชีพการงานของคุณ

บวรฤทธิ์ (คนวัยจวนจะหกสิบ)

#4 By borwonrit9999@gmail.com (58.8.151.171) on 2016-03-13 15:29

สุดยอดครับ Hot! Hot! Hot!
ถ้าไม่รักจริงผมว่าลำบาก big smile

#3 By iDonut on E'arth on 2012-05-13 13:25

สู้สู้
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#2 By Nirankas on 2012-04-01 12:33

ผมว่าสมัยนี้ คนที่ทำงานบริการที่มีservice mindจริงๆนั้นมีน้อยครับ พอได้อ่านบทความนี่เเล้วก็ชื่นใจว่ายังมีคนทำงานดีๆอยู่

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

#1 By CGshelf on 2012-03-31 13:47