เอาเปรียบ

posted on 07 Apr 2012 17:00 by thaiain in Journal directory Lifestyle, Diary
ขออภัยหายไปนาน แค่ยุ่งอยู่กับงานครับ กลับมาจากงานมีแรงกดปุ่มเปิดเครื่องได้ก็เป็นบุญแล้ว ไหน ๆ ก็เขียนมาตั้งนาน จะเลิกไปเลยก็กระไรอยู่นิ เดี๋ยวคนติดตามทั้ง ๙ คนจะหายไปหมด ยิ่งมีน้อยอยู่ด้วย คือ ช่วงนี้ เป็นช่วงวันหยุดยาวอีสเตอร์ เพื่อนพ้องผมหลายคน เผ่นหนีไปเที่ยวกันเป็นส่วนใหญ่ ผมเองไม่มีครอบครัว ไม่มีใครที่นี่เลย ดังนั้น จึงหาข้ออ้างอะไรไม่ได้ ก็ต้องทำงานตลอดวันหยุดสี่วัน เรียกได้ว่าคุณตาคุณยายคงเบื่อขี้หน้าผมแล้วล่ะ เจอไอ้หมอนี่แทบทุกวัน บางวันเจอสองกะ (อย่างพรุ่งนี้เป็นต้น) 
 
เรื่องดูแลคุณ ๆ ทั้งหลายไม่มีปัญหาอะไร นอกจากผมเจอกับเรื่องที่ผมพยายามหลีกเลี่ยง นั่นคือ การเอารัดเอาเปรียบ ตอนแรก ผมไม่ได้รู้เรื่องเลยว่า ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ผมโดนเอาเปรียบมาตลอด ถ้านึกไม่ออก งั้นผมเล่าให้ฟังละกัน ไหน ๆ ก็หลวมตัวอ่านมาถึงย่อหน้าที่สองแล้ว คืองี้ ปกติผมจะทำงานจับคู่กับเพื่อนกันเป็นประจำ ไม่ค่อยเปลี่ยน เพราะเราจะทำงานด้วยกันง่ายขึ้น แต่ด้วยความที่ยิ่งสนิทสนมกันมากเท่าไร ผมก็เริ่มมองเห็นความไม่ชอบมาพากล ซึ่งถ้าพูดให้ถูก เพื่อนร่วมงานที่อาวุโสกว่าเป็นคนบอกผม ผมดันซื่อบื้อไม่รู้เรื่องรู้ราว อย่างเช่น
 
  • ปกติ เราจะมี Supper Break คนละครึ่งชั่วโมง ผมทำงานกลางคืนก็คงไม่ได้กินอะไร นอกจากอาจจะใช้เวลาส่วนนี้งีบได้โดยไม่ผิดจรรยาบรรณ โดยส่วนใหญ่ระยะหลัง คิมจะมาบ่นกับผมเป็นประจำว่า ไม่ได้นอนมาบ้าง มีเรื่องมีราวที่บ้าน นอนไม่พอ ผมก็เห็นใจ ยกเวลาของผมให้ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเหนื่อย
  • พอคิมมีเวลาได้นอน เธอหาได้หยุดแค่ครึ่งชั่วโมงไม่ บางคืนขณะผมวิ่งรอกดูแลคุณตาคุณยาย เสียงกริ่งดังไม่หยุด เธอนอนยาวเหยียดสองชั่วโมงต่อคืน ก็ทำมาแล้ว
  • แถมเวลาที่ผมยุ่งแบบสุดขีด เดินไปปลุก ก็ทำหน้าไม่พอใจ ฮึดฮัด อันนี้ผมเข้าใจ เพิ่งตื่นนอน ใครมันก็เป็น แต่คุณเธอ เล่นเป็นทุกครั้ง ผมก็ฉุนดิ
  • เวลามีกริ่งเรียก เธอจะไม่สนใจ  ชอบพูดว่า "She/He can wait, I have to finish my snack first" ซึ่งผมไม่ชอบ และคิดว่าโคตรจะเห็นแก่ตัว และไม่เป็นมืออาชีพเลย ลองนึกถึงตัวเองซิครับว่า ปวดฉี่แทบตาย ต้องรอครึ่งชั่วโมง มันไม่ไหว 
  • เธอทำงานล้ำเส้น งานที่ควรทำ ไม่ทำ อย่างโดยเอกสารระบุเนื้องาน เราประจำอยู่ชั้นไหน ก็ต้องอยู่ชั้นนั้น จะไปแรดชั้นอื่นไม่ได้ นี่เจ๊แกหาเรื่องลงไปเม้าชั้นล่างอยู่เรื่อย แล้วหายไปทีละครึ่งชั่วโมง เป็นชั่วโมงก็เคยมาแล้ว เวลาช่วงเบรค แม่งนั่งแช่แบบไม่แคร์สื่อ ผมเองบางทีทนไม่ไหว ก็เดินไปทำเองซะเลย
  • ช่วงที่ยุ่งที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ ผมวิ่งวุ่นอยู่คนเดียว หาคิมไม่เจอ โน่นเธอไปชงกาแฟให้พยาบาลประจำกะเช้า แล้วก็นั่งเม้าโน่นเม้านี่โดยไม่สนใจว่า กริ่งเรียกจะตะเบ็งเรียกแค่ไหน? ผมต้องเดินไปจิกถึงห้องพยาบาล ถึงจะยอมมา แถมมีการค้อนควับให้อีกหนึ่งวง โทษฐานไปรังควานการเม้ามอยของเธอ และเหตุผลที่เธอบอกยิ่งทำให้ผมฉุนหนักขึ้น เธอบอกว่า เธอพยายามชงกาแฟให้เจ๊พยาบาลทุกเช้า เพราะต้องการเอาใจ เวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เธอจะได้มีคนคุ้มหัวให้ได้ อันนี้ผมไม่ได้คิดเอง เพราะเธอพูดเองกลางวงสนทนาระหว่างเบรค ซึ่งผมอยากจะตะโกนว่า เอ็งคิดได้แค่นี้ ไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยหรือ???
  • ไม่เป็นไร กรูพอทนได้ นี่งานที่กะดึกควรทำ ก็ไม่ทำ ปกติเราจะต้องจัดเอกสารประจำตัวคุณตาคุณยายให้เป็นระเบียบ เธอไม่ทำครับ เธอบอกว่าเธอยุ่ง แต่ผมก็ทำมาทุกคืน ไอ้ที่ยุ่งนะ คือปากเธอมากกว่า ไม่ใช่มือของเธอ คืนไหนยุ่งผมก็ไม่แตะ แต่ผมก็พยายามจัดเรียงเอกสารทุกครั้ง เธอก็ไม่มีทีท่าจะมาช่วยทำแม้แต่น้อย เล่นเอาผมอยากสกายคิกซะหลายรอบ
  • คราวก่อน เธอแผลงฤทธิ์กับคุณยาย สบถคำหยาบต่อหน้าต่อตา ขณะช่วยเข้าห้องน้ำ โทษฐานที่คุณยายดันอยากเข้าห้องน้ำก่อนหมดกะ เล่นเอาผมมองหน้า แล้วก็ส่ายหัว พยายามไม่พูดอะไร เพราะถ้าพูด ผมคงเลือก "กระโดดตบเหินเวหา" แทน เพื่อเรียกสำนึกของเจ๊แก
  • ที่หนักสุด คือเมื่อคืนก่อน พวกเราเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน มีสัญญาณไฟไหม้ ดังเตือนมาจากชั้นสี่ ประตูฉุกเฉินปิดอัตโนมัติ และสัญญาณเตือนมันก็ดังลั่นไปทั่วทั้งตึก เธอบอกผมให้อยู่ประจำชั้น อย่าไปไหน คอยดูแลคุณตาคุณยายซึ่งกำลังตื่นตระหนกกับสัญญาณไฟไหม้ ผมเองก็วิ่งปลอบขวัญ และต้อนคุณตาหรือคุณยายที่เดินกันให้ขวักนอกห้อง กลับไปห้องของตัวเอง หันมาอีกที อีคุณคิมหายไปอีกแล้ว ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมง ผมต้องวิ่งจากปีกตึกหนึ่งไปอีกปีกตึกหนึ่ง คุณยายบางคนก็อกสั่นขวัญแขวน จะหัวใจวายเอา ปรากฎว่า คุณคิมแรดขึ้นไปชั้นสาม เสนอหน้ากับพยาบาลว่าฉันทำงานอยู่ ฉันรู้ทั้งหมด ปล่อยให้เพื่อนร่วมงานของผม ต้องดูแลคนแก่ ๕๔ คนเพียงลำพัง ซึ่งโชคดีไม่มีอะไรร้ายแรง แค่สัญญาณมันบ้าบอไปเท่านั้น

ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำไง เพราะเธอยิ่งหนักขึ้นขึ้นทุกวัน ตอนนี้ถ้าเปลี่ยนกะได้ผมก็ยอมครับ แต่เรามีกันไม่กี่คน แถมเปลี่ยนไม่ได้ด้วย เฮ้อ......ปัญหาก็คือ คิมไม่เคยรับฟังใคร? และผมก็ไม่อยากมีปัญหากับเธอ เพราะต้องทำงานด้วยกันอาทิตย์ละอย่างน้อย ๓ คืน แต่ผมเริ่มทนไม่ไหว งานน่ะผมชอบ เพื่อนร่วมงานแบบนี้ ก็เล่นเอาขวัญกระเจิงเหมือนกัน

Comment

Comment:

Tweet

คุณคิมนี่คนขาวรึเปล่าคะ

#6 By Natha on 2012-04-29 08:54

คุณคิมนี่คนขาวรึเปล่าคะ

#5 By Natha on 2012-04-29 08:53

เคยเจอปัญหาเพื่อนร่วมงานแย่ๆเหมือนกันค่ะ
ได้แต่ทำใจ เพราะไม่อยากมีปัญหา
ยึดหลักว่า เราทำหน้าที่ส่วนของเราให้ดี เท่าที่ทำได้ พอค่ะ
สู้ๆนะ ; )

#4 By Pangji (88.2.229.103) on 2012-04-10 10:25

นั่ง แช่


แบบแคร์สื่อ

^,^

#3 By GotACurvedSword on 2012-04-07 18:51

แย่จังเลยแฮะ
เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ
ลองตบเรียกจิตสำนึกดูก็ดีเหมือนกัน
ว่าแต่ ตบแล้ว รับผิดชอบเอาเองนะ
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#2 By Nirankas on 2012-04-07 18:21

บางทีคนเราก้น่าจะมีจิตสำนึกบ้างน้ะค้ะ sad smile
แต่ จขบ. เก่งมาเลยน้ะค้ะ ที่อดทนกับการกระทำแบบนี้ได้
เปนเราหรอ เหอะ ด่าตั้งแต่ He/She can wait แล้ว

คาราวะสามจอก question

#1 By Arashikisu on 2012-04-07 18:08