เจ๊คิมโดนดีแล้ว

posted on 20 Jun 2012 09:04 by thaiain in Journal directory Lifestyle, Diary
ตายหองแล้ว กระผมหายเศียรหายบอดี้ไปนานเหมือนกันนะครับ คือ ไม่มีคำแก้ตัวอะไร นอกจากผมทำงานค่อนข้างเยอะ โดนโทรตามผมแทบไม่เคยพลาด เรียกได้ว่า โทรจิกเมื่อใด ผมก็พร้อมที่จะหอบสาระร่างไปทำงานได้แทบจะในบัดดล ไม่มีผิดหวัง แต่ผลก็คือ โคตรเหนื่อยเลยครับ แต่พอเห็นเม็ดเงิน เห็นจำนวนเงินเก็บแล้ว ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย หรือล้าอีกเลย อาจจะนอยบ้างก็ตรงที่ภาษีแต่ละวีคมันเล่นเอาผมหมดกำลังใจไปเหมือนกัน เยอะนะนั่น แต่เอาวะ ไว้ตอนทำเรื่องคืนภาษี คงได้กลับมาบ้างล่ะ อย่างน้อยก็พอค่าเรือบินเที่ยวทั่วออสเตรเลียอย่างที่ตั้งใจไว้ ผมคิดถึงกล้องน่ะครับ อยากถ่ายรูป อยากไปไหนไกล ๆ จากที่ทำงานบ้าง เพราะเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เดินไปทำงาน ออกไปกินข้าว กลับมานอนบ้าน วนเวียนแบบนี้แทบทุกวัน ไม่เคยเปลี่ยนเลยมา ๗ เดือนแล้ว
 
แต่ไม่รู้สึกเบื่องานนะ ภูมิใจที่ได้ทำงานนี้ หลายครั้งที่เห็นรอยยิ้มของคุณตาคุณยาย หรือได้รู้จักกับคุณตาคุณยายที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ อาจจะไม่ได้สนิทอะไรมาก แค่ได้ทำ "เต็มที่" กับสิ่งที่ผมทำอยู่ ผมเป็นพยาบาลกะกลางคืน โอกาสที่จะนั่งคุย นั่งเม้า มันน้อยมาก ยกเว้นคุณตาคุณยายที่พิเศษกว่าคนอื่น คือ ตื่นผิดเวล่ำเวลากว่าชาวบ้าน ก็อาจจะได้มีเวลา ต่อกันติดกับพยาบาลกะกลางคืนอย่างพวกผมบ้าง โดยรวมยากครับ ผมมีเวลาเฉลี่ยต่อคน คืนละ ๑๐ นาทีเท่านั้น เทียบกับจำนวนคุณตาคุณยายที่ผมดูแลอยู่ ๘๐ คนต่อคืน บางคนผมแทบไม่เคยเจอ เพราะไม่เคยตื่น ไม่เคยกดกริ่งเรียก 
 
ที่ผ่านมา ผมดันเกิดกรณีพิพาทเล็กน้อย กับ เจ๊คิมเบอรี่ (รายละเอียด สามารถล้วงลับตับปลิ้นได้ที่เอนทรี่นี้ คลิก) คือเจ็ดเดือนที่ผ่านมา เจ๊แกไม่ดีขึ้นแล้ว นอกจากจะอ้วนขึ้นแล้ว สันดานก็ยังรุนแรงมากกว่าเดิม เรียกได้ว่า นิสัยการเอารัดเอาเปรียบของเจ๊แกทวีความรุนแรงจนต่อความอดทนของผมมันบางลง หนำซ้ำไม่เคยสำนึก ไม่เคยรู้สึกว่า ตัวเองกำลังทำให้ทีมของเราซึ่งมีอยู่น้อยคนอยู่แล้ว สั่นคลอน ผมเองไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ล่าสุด เจ๊แกปล่อยให้ผมทำงานอยู่คนเดียววิ่งรอกหางจุกตูด โดยที่นังหมูนี่ นั่งจิบกาแฟ โดยไม่รู้สึกรู้สม ขนาดเพื่อนร่วมงานพูดจิก ก็ไม่สะทกสะท้าน ผมเองไม่อยากโทรจิก โตกันหมาเลียก้นไม่ถึงกันแล้ว หน้าที่ ความรับผิดชอบน่าจะดูกันออก เหอ เหอ ผมคิดผิดครับ เจ๊ไม่สำนึก ขี้เกียจตัวเป็นขน แทบยังนิสัยทรามไม่เลิก 
 
ล่าสุด นอกจากจะปล่อยให้ผมทำงานคนเดียว เจ๊แกยังลามไปถึงการทำตัวเป็นบอส ล้ำเส้น Supervisor Nurse อีก คือ เจ๊แกมักจะแสดงตนว่า รู้อะไรมากมายในงานพยาบาล ซึ่งไม่ใช่ พวกเราเป็นแค่ผู้ช่วยพยาบาล ในเรื่องของหยูกยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการวินิจฉัยโรค ย้ำ ไม่ใช่เรื่องของเราครับ เราไม่สามารถไป "สั่ง" เจ้านายของเราได้ ไม่ได้รับการฝึกฝนมา เจ๊อ้วนนั่นรู้เรื่องโน้น เรื่องนี้แค่ผิวเผิน แต่ทำตัวเป็นเอตทัคคะ ผมเองก็เบื่อ ไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้ แต่เจ๊แกพูดกรอกหูแทบทุกวัน ประมาณ
 
"แม่ฉันเป็นพยาบาล ฉันรู้เรื่องยามาตั้งแต่จำความได้ ทำมาหมดละ เรื่องแค่นี้ ขี้ประติ๋ว"
 
"โอ๊ย ฉันน่ะ พยาบาลดีเด่นนะ ฉันเจ๋งค่ะเธอ ไม่มีใครบอก ฉันก็ทำมาได้นานละ"
 
ในที่สุด เจ๊แกไม่ได้ออกลายขี้เกียจตัวเป็นขนกับผมเท่านั้น เวลาทำงานชอบเจ้ากี้เจ้าการ สั่งให้คนโน้นไปทำงานชั้นโน้น ตัวเองทำงานชั้นนี้ เธอต้องทำงานกับฉันนะ ไอ้เราก็คิด เมิงเป็นใครครับมาสั่งกรู ก็เท่ากันนั่นแหล่ะ เอาเวลาพูดถึงลูกผัว กับรถคันใหม่ มาทำงานดีกว่าไหม ก่อนที่จะเกิดเรื่องใหญ่ เจ๊แกเลือกตัวเองขึ้นไปทำงานบนชั้นสามซึ่งเป็น Low Care งานแทบไม่มีอะไรเลย มีเวลาแอบหลับได้สบายตูดแก ปกติเราจะสลับวันกัน เพราะชั้นสอง เป็น High Care งานแทบไม่มีเหมือนกัน คือไม่มีเวลาได้นั่งกันเลยทีเทียว ไอ้ผมทำงานติดกันมา ๑๑ คืนบนชั้นสอง ในขณะที่เจ๊แก ยังไม่ทำเริ่มงาน ก็บ่นเหมือนเดิม ไดอะล็อกไม่เคยเปลี่ยน
 
"เหนื่อยอ่ะ ไม่ได้นอนมาทั้งวัน ปวดหัว เนี่ยฉันว่าจะขึ้นไปทำงานบนชั้นสามนะ (เมิงทำงานบนนี้มาสามคืนติดกันแล้วว้อย)"
 
ไม่เคยถามว่า ผมเหนื่อยไหม จะว่าอะไรไหมถ้าขึ้นกะดึก ไม่มีไม่เคยถาม ปกติผมจะขึ้นไปทำงานชั้นสาม ก็เฉพาะวันศุกร์ แต่ไม่ได้ขึ้นไปประจำกะดึก เพราะมันสบาย แต่ผมมีหน้าที่หลักที่ทำเป็นประจำ คือเช็คตรวจสอบยาที่มาจากร้านขายยา จัดชุดยาใส่กล่องของคุณตาคุณยายแต่ละกล่อง ซึ่งผมต้องทำทุกชั้น ทั้งสามชั้น โชคดีที่หัวหน้าพยาบาลกะดึกจะช่วยทำบนชั้นสี่ ผมทำที่เหลือ อีอ้วนนั่นไม่เคยช่วยครับ เอกสารก็ไม่เคยแตะ ดีแต่ชอบเอาหน้า ทำเป็นยุ่ง เวลาที่ต้องส่งตัวคุณตาคุณยายไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน นั่นแหละ เจ๊แกถึงจะสะบัดก้นมาทำงาน ซึ่งก็ไม่ใช่งานของเจ๊แกอีก ล้ำเส้นพยาบาลตามระเบียบ ผมก็ทนไม่ไหวมากขึ้นทุกวัน 
 
ที่ร้ายไปกว่านั้น เจ๊แกเหวี่ยงใส่คุณยายบางคนหนักข้อขึ้น ล่าสุด คุณยายเอ็ดน่า เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล อาการไม่ดีเท่าไร ดังนั้น ทั้งคืนคุณยายก็จะกดกริ่งเรียกเราแทบจะตลอดเวลา ผมโดนนังอ้วนนั่นกันไม่ให้ไปรับหน้าคุณยายเอ็ดน่า บอกผมว่า คุณยายไม่ชอบให้บุรุษพยาบาลเข้าไปดูแลแก ผมก็งง เฮ้ย เป็นไปได้ไง ปกติเวลานังอ้วนสันหลังยาวนั่นไม่ได้ประจำกะ ผมอยู่กับคนอื่น ก็ไม่เห็นมีปัญหา อดรนทนไม่ไหว แอบไปถามคุณยายเอ็ดน่า คุณยายบอกว่าไม่เคยพูด ใครจะดูแลฉัน ฉันไม่ว่า ขอให้มา เออ โอล่ะพ่อล่ะงานนี้ งานนี้มันต้องถอนครับ 
 
ระหว่างคืน เจ๊คิมเบอรี่ ซึ่งเอาเวลาส่วนใหญ่ในการดูแลคุณตาคุณยายไปอ่านนิยายประโลมโลกย์ และนอนตูดชี้ เวลาคุณยายเอ็ดน่ากดกริ่งเรียก ก็ทำหน้าเหมือนโดนหมอสวนทวารยามเป็นริดสีดวง แล้วก็เดินหน้าเหวี่ยงไปหาคุณยาย อันที่จริง เราในฐานะพยาบาลที่ต้องทำงานกับคนชรา โดยเฉพาะคุณตาหรือคุณยายที่อยู่ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต บางคนจะเกิดความกลัว อย่างคุณยายเอ็ดน่า ซึ่งหมอไม่สามารถช่วยอะไรได้ อาการก็ขึ้นลงเหวี่ยงแบบน่ากลัว ไม่รวมความเอาแต่ใจของคุณยาย ที่ใครต่อใครก็ส่ายหน้า แต่ถ้าเราเอาใจเขาไปใส่ใจคุณยาย เราจะพบว่า สาเหตุที่คุณยายต้องการให้พยาบาลไปอยู่ใกล้ ๆ ก็เพราะคุณยายกลัว กลัวที่จะตายหรือหมดลมหายใจโดยไม่มีใครรู้เรื่อง แต่นังนี่ นังคิมอ้วนเนี่ย กลับคิดว่า คุณยายเรื่่องมาก เหวี่ยงใส่ อ๊ะ เล่นกับใครไม่เล่น ก็เล่นกับคุณยายเอ็ดน่า คุณยายยอมที่ไหน ก็แว้ดใส่ซิครับ
 
นังคิมก็เถียงฉอด ๆ ว่า ฉันมาทำงาน เขาจ้างฉันมา ไม่ได้ให้ใครมาตะโกนใส่ เรียกได้ว่า บรรยากาศมาคุเป็นที่สุด ผมเองโดนกันท่า ไม่ให้เข้าไปใกล้คุณยายตั้งแต่แรก ก็ทำอะไรไม่ได้ กัดฟันกรอด ๆ คิดว่า ถ้ามันแว้ดใส่ เหวี่ยงใส่คุณยายอีก พ่อจะเตะถวายเจ้ามันคืนนั้นเลย ทั้งคืน ผมนั่งนับเวลา อยากกลับบ้าน คือนอกจากจะต้องอดทนกับสันดานเสื่อม ๆ ของนังคิมนี่ทั้งคืนแล้ว ผมต้องวิ่งทำงานวุ่นอยู่เพียงลำพัง โดยไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ จากนังรกโลกนี่ นอกจากจะโผล่หน้ามา ตอนผมทำงานเสร็จแล้ว ถามว่า เป็นไงไหม มีอะไรให้ชวยหรือเปล่า ผมก็มองหน้า ประมาณ อืม มาได้เหมาะเจาะนะ เสร็จแล้วถึงได้ย้ายก้นมา เอาอะไรคิดอ่ะ ก็ได้แต่ส่ายหัว ผมพยายามเลี่ยงไปนั่งห่าง ๆ มันก็ยังเดินตามมารังควาน ถามว่าเป็นอะไร ทำไมไม่พูด ผมก็ตบะแตก ไม่ไหวแล้วว้อย เดินเลี่ยงไปจัดเอกสาร นั่นแหล่ะ มันถึงได้ไม่เข้ามาหลอนผมอีก เพราะเจ๊แกไม่ชอบทำงานเอกสาร
 
รุ่งเช้า คุณน้าพยาบาลสองคนที่เอ็นดูผม ถามผมว่า เมื่อคืนเป็นไงบ้าง ผมก็บอกว่า ป้าครับ ไม่ไหวแล้วนะ ถ้าให้ผมทำงานกับนังอ้วนนั่นอีกคืน เอาผมไปข่มขืน ปาดคอในดงกล้วยดีกว่านะ ป้าสองคนมองหน้า แล้วก็บอกผมต่อว่า ป้าบอกเธอแล้วใช่ไหมว่า เด็กคนนี้น่ะคบไม่ได้ ตลอดเจ็ดเดือนที่ผ่านมา ป้าเห็น ป้ารู้ แต่ป้าไม่อยากพูด (อ้าว) เธอโดนเอารัดเอาเปรียบมาตลอด บางคืนป้าเห็นเธอวิ่งขึ้นลงตึก ทำงานหัวไม่วางหางเว้น ในขณะที่คิมเขาไม่ได้สนใจกริ่งเรียกพยาบาล นั่งจิบกาแฟเป็นทองไม่รู้ร้อน บางทีป้าก็พูดแดกดัน มันก็ไม่สำนึก ป้าว่าคงถึงเวลาแล้วมั้งที่คงต้องทำอะไรสักอย่าง
 
แล้วฟ้าก็เป็นใจครับ คนแบบนี้ก็เจอผลกรรม ขณะที่ผมนอนหลับสบายหลังเลิกงาน ก็ได้รับโทรศัพท์ลึกลับจากหัวหน้าพยาบาลสาขาใหญ่ โดยเนื่อหาโดยรวม ประมาณว่า
 
"คิมเบอรี่ เจมส์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาลกะดึกนั้น ทางเราได้มีเบาะแสมาว่า ทำตัวไม่เหมาะสมในการดูแลคนชรา มีคนร้องเรียนว่า ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ รวมทั้งมีปัญหาในการทำงานร่วมกับคนอื่น ทางเราอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมจากเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ"
 
ผมก็อึ้ง ใครวะบังอาจรายงานข้ามหน้ากระผม ผมน่ะหมายมั่นปั้นมือว่า งานนี้ต้องล้างบางกันหน่อย ผมก็บอกทางหัวหน้าไปว่า ผมจะเขียนรายละเอียดส่งทางอีเมล์ไปให้นะครับ ตอนนี้ขอนอนก่อนได้ไหมครับ ยังไม่ได้ตอนเลยอ่ะหัวหน้า.....ก็ไม่ว่ากัน หลังจากโทรสอบถามเพื่อนพ้อง ก็ได้รับทราบว่า บุรุษพยาบาลคนก่อนที่เคยทำงานร่วมกับเราหนึ่งเดือน เคยทำงานร่วมกับเจ๊คิม แล้วไม่สบอารมณ์ ที่เจ๊แกทำตัวเยี่ยงนางพยาบาลนั่งบนบังลังก์ ไม่สนใจคนชรา แอบหลับในงาน เอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน ก่อนออกจากงาน พี่แกก็รายงานเรื่องนี้กับหัวหน้าพยาบาลเป็นการสะสางความแค้นไปเรียบร้อยโรงเรียนออสซี่ 
 
เพียงแค่สามวัน เจ๊คิมที่ปกติทำงานกะดึกร่วมกับเรา สี่คืนต่อสัปดาห์ ก็โดนพลังลึกลับจากเบื้องบน ถอดออกจากโรสเตอร์แบบสายฟ้าแลบ เธอโดนให้ไปทำงานกะเช้าที่เธอไม่ปลื้ม และเกลียดเป็นที่สุด พวกเราก็อึ้งกัน เพราะไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ผมก็ดีใจที่ไม่ต้องทำงานร่วมกับปลิงอ้วนตัวนี้อีก แต่ทุกครั้งที่เจ๊แกเจอหน้าพวกเรา จะส่งสายตาพิฆาต ไม่เคยทัก ไม่เคยพูดกับพวกเราอีกเลย หลังจากโดนย้ายกะ ยิ่งทำให้ผมยิ่งไม่อยากร่วมงานอีกต่อไป ผมก็ไม่ยอมครับ ออกเป็นออกอ่ะ
 
แต่ผมทำงานอย่างสบายใจได้แค่สองสัปดาห์ ผมเช็คโรสเตอร์อันใหม่ ก็พบว่า เจ๊คิมจะกลับมาทำงานอีกในอาทิตย์นี้ และผมต้องทำงานร่วมกับเจ๊แก สี่คืนต่อสัปดาห์ ตามเดิม 
 
 
แง แง ไม่นะ ไม่ ผมจะตายไหมครับ?????

Comment

Comment:

Tweet

หายไปนานทีเดียว
เกือบโดนปาดคอข่มขืนในดงกล้วยนี่เอง
แซวนะ สู้ต่อไป
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#2 By Nirankas on 2012-06-20 17:58

ตามไปอ่าน entry นี้กับ entry ที่แล้วมา
เจอคนแบบนี้เป็นผมนี่ทนไม่ไหวนานแล้ว
คุณเก่งมากที่ทนได้
ป.ล. นึกว่าจะพ้นเวรพ้นกรรมแล้วซะอีก sad smile