ขออภัยที่หายไป คงเป็นเหตุผลเดิม ผมไม่มีเวลาเลยครับ ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานปีที่แล้ว ปัจจุบันผมเป็นผู้ช่วยพยาบาลมา ๗ เดือน ๒๕ วันเต็ม ยังคงอาจจะเป็นพยาบาลฝึกหัดอยู่ ประสบการณ์ไม่มากไม่มายอะไร แต่ก็พยายามเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา มีพลาด มีพลั้งบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมหมั่นตรวจสอบตัวเอง ก็คือ เรื่องของการควบคุมอารมณ์ครับ เพราะเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่า ถ้าเราเป็นคนจัดการเรื่องของความรู้สึกโกรธ เกลียด รัก หลง ไม่ดี ยากมากที่จะดูแลคนเฒ่าคนแก่ที่แสนจะเปราะบางทั้งทางอารมณ์ ร่างกาย และจิตใจ จึงต้องระวังไม่ให้หลุด หรือเกิดอาการตบะแตกขึ้นมาระหว่างการทำงาน สำหรับผมเอง ท่องไว้เสมอ "อดทนไว้"
 
ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีอะไรชวนมองชวนพิศ ทั้งคืนมีแต่ความมืดเงียบ (และบางครั้งก็หลอนเอาเรื่อง) เพื่อนร่วมงานหยิบมือหนึ่ง หัวหน้า แล้วก็ยามที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่พอจะมองเห็นและพูดคุยด้วยได้ แต่ก็ใช่ว่าจะคุยได้ทุกเรื่อง เพราะเราเป็นเพียงคนร่วมงาน บางครั้งไม่ได้สนิทสนมกันขนาดเปิดอกคุย ผมก็ระวังตัวอยู่เหมือนกัน ผมว่าถ้าเราไม่อดทน ไม่ควบคุมอารมณ์ หรือปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย เราคงมีปัญหาในการทำงานกลางคืนอย่างแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว แต่ผมก็ยังพอมองเห็น "ข้อดี" ในการทำงานแบบนี้นะ
 
๑. เหมือนจะไม่เคยแก่ในโลกของคนแก่
 
ก็แหงล่ะ ลูกค้าผมเอ๊ยคุณตาคุณยายในสถานพักฟื้น อายุอานามเหยียบร้อยกันทั้งนั้น พอเราเข้าไป ก็ดูเด็กไปในบัดดล ต่อให้คุณอายุ ๔๐ ยังไงมันก็ดูเด็กกว่าอยู่ดี ดังนั้น มันก็พอทำให้เราลืม ๆ เรื่องตัวเลขที่บั่นทอนสภาพจิตใจไปบ้าง โดยเฉพาะพยาบาลทึนทึกที่ไม่ค่อยสบอารมณ์กับเรื่องอายุที่เพิ่มขึ้นทุกวัน คุณตาหรือคุณยายจะพูดคุยกับเราเหมือนลูกหลาน มีบางคนเท่านั้น ซึ่งมีไม่มาก อาจจะเจ้ายศเจ้าอย่าง ปฏิบัติตัวค่อนข้างห่างเหินและเหยียด ๆ แต่ผมไม่ถือเอาเป็นอารมณ์ครับ พอเอาเท้าเหยียบที่ทำงาน ผมก็ดูเด็กลงโดยอัตโนมัติ
 
๒. เป็นคนอดทนมากขึ้น
 
ผมต้องยอมรับว่า พื้นฐานเดิมของตัวกระผมนั้น ออกแนวเอาแต่ใจ ตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่ยอมคน ท้าตีท้าต่อยก็เคยมาแล้ว แต่พอได้มาทำงานให้กับคุณตาคุณยาย รวมทั้งพยายามปรับทัศนคติของตัวเองให้เป็นกลางมากขึ้น ผมรู้ตัวดี ผมอาจจะไม่มีข้อดีข้อเด่นอะไรในชีวิตมากนัก แต่ผมเชื่อเสมอ ผมเป็นคนมีความอดทน ต่อให้คุณตาคุณยายกดกริ่งเรียกถี่ยิบแบบไม่มีเหตุผล ทำงานแบบไม่มีพักเบรค หรือโดนชก โดนต่อย โดนอะไรต่อมิอะไรที่ไม่สมควร ผมก็ไม่เคยปริปากบ่น คิดเสียว่า มันเกิดขึ้นได้ เดี๋ยวก็ผ่านไป เหนื่อยนักพักหน่อยก็หาย เป็นแผลหรือเจ็บตัว ทายาหม่องหน่อยก็หายฟกหายช้ำ แค่นี้เอง ความอดทนอดกลั้นของผมนี่แหละ ที่ทำให้ทำงานได้อย่างมีความสุข
 
๓. ไม่ประมาท
 
สิ่งที่ผมเห็นทุกเมื่อเชื่อวัน คือ ความแก่เฒ่า เจ็บป่วย โรคภัยไข้เจ็บ พยาบาลตีกัน อิจฉาริษยามารศรี และความตาย มันเป็นความหม่นหมองของชีวิต เป็นด้านมืดที่เราไม่อยากข้องแวะ แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่า มันทำให้ตัวคนทำงานอย่างผมไม่ปล่อยปละวันเวลาให้เสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ เรายังหนุ่มยังสาว ทุกอย่างมันดูเหมือนจะมาไม่ถึงตัวเรา แต่ถ้าเราไม่ประมาท หมั่นดูแลตัวเองยามที่ร่างกายยังไม่ทรุดโทรมจนเกินไป ยามที่สังขารร่วงโรย อย่างน้อยก็ไม่ทรมานมากนัก เพราะสิ่งที่ผมเห็นความเจ็บป่วยจากคนเฒ่าคนแก่ที่ใช้ชีวิตอย่างโชกโชน เมื่อเวลาของมันมาถึง มันทรมาน เจ็บปวดครับ โดยเฉพาะคนที่กินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่เคยดูแลตัวเอง เวลาแก่เฒ่า ไม่มีใครช่วยได้ แม้แต่หมอ อย่างดีก็แค่บรรเทาความทรมานไปตามอาการเท่านั้น
 
๔. ได้ความรู้เรื่องยาเรื่องหมอ
 
แน่นอนผมยังไม่ได้เป็น พยาบาลเต็มตัว แต่ก็มีแผนที่เรียนต่อปีหน้าครับ การทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย ตั้งแต่ศัพท์เทคนิคการแพทย์ ทั้งวันพูดคุยกับหมอกับพยาบาลเป็นภาษาอังกฤษตลอดเวลา ทั้งเดือน ผมไม่เคยพูดภาษาไทยเลย เพราะเพื่อนร้อยละ ๙๙ เป็นคนต่างชาติครับ แถมเวลาผมไปที่ไหน ไม่เคยมีใครคิดว่าผมเป็นคนไทย ขนาดบอกว่าเป็นคนไทยแล้ว ยังชมอีกว่า พูดไทยเก่งจัง อืม...กรูคนไทยร้อยปูเซ็ง ไม่ได้มีอะไรปนเลยให้ตายซิ เอาเถอะ ไม่ได้คิดจะดัดจริต การทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยหยูกยา หมอ พยาบาล เทคนิคการแพทย์ นักบำบัด นักกายภาพ รวมทั้งคนจากหน่วยงานรัฐบาล เป็นโอกาสอันดีครับ ที่ได้เรียนรู้ทั้งหมดก่อนผมจะเข้าเรียนพยาบาลจริง ๆ ในปีหน้า
 
 
ทั้งหมด ช่วยให้ผมรู้ว่า การมองโลกในแง่บวก หาสิ่งดีจากสิ่งที่เราทำอยู่ มันทำให้เรามีความสุขครับ ไม่ใช่ทำงานไปวัน ๆ
 
 
หมายเหตุ
 
  • ปัจจุบัน ผมเลื่อนตำแหน่งจาก AIN มาเป็น Link Nurse in Continence Management ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีอะไร นอกจากได้เพิ่มค่าแรงนิดหน่อย งานรับผิดชอบก็ดูแลเรื่องการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ สต๊อก และช่วยประเมินความเหมาะสมในการใช้ผ้าอ้อม การขับถ่ายของผู้ป่วย 
  • คุณยายแบรี่ คุณตาวอลลี่ คุณยายซิลเวีย คุณยายคิมเบอรี่ เสียชีวิตไล่เลี่ยกัน ในหนึ่งเดือน เล่นเอาผมนอยมาก แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร คิดว่า ทุกคนได้พ้นจากความทรมานแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

ตอนนี้ยังเปิดสอนอยู่หรือเปล่าคะangry smile

#7 By (49.230.173.143|49.230.173.143) on 2015-05-15 23:31

ตอนนี้ยังเปิดสอนอยู่หรือเปล่าคะangry smile

#6 By (49.230.173.143|49.230.173.143) on 2015-05-15 23:29

ตอนนี้ยังเปิดสอนอยู่หรือเปล่าคะangry smile

#5 By (49.230.173.143|49.230.173.143) on 2015-05-15 23:28

ชอบมากคะ รอติดตามคร้า

#4 By แก้มบุ๋ม (1.46.207.143|1.46.207.143) on 2014-10-29 12:53

ได้มาอ่านเมื่อผ่านไปถึง 1 ปีกับอีก 10 เดือน
ตอนแรก ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับงาน Nursing home และสิ่งที่เกี่ยวกับ Aged care เลย
พอมาอ่านรู้สึกเปลี่ยนไปค่ะ รู้สึกดีกับอาชีพนี้มากๆ
ชักอยากจะเรียนเกี่ยวกับดานนี้ซะแล้ว
บลอกนี้เป็นแรงบัลดาลใจให้เลยค่ะ
ชีวิตนี้ต้องหาทางเป็นให้ได้ big smile
เขียนดีมากๆ มุมมองชีวิตดีมากๆเลย
แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ? 

#3 By eisymbol (110.168.205.197) on 2013-10-11 20:59

surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile
ชอบมากเลย เป็นคนที่ประสบชะตากรรมเหมือนกับเรา

#2 By ผู้ช่วยหญิง (103.7.57.18|81.232.145.188) on 2012-07-08 21:46

ดีจังที่รักในงานที่ทำ
สู้ต่อไป
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-06-26 08:26